นิยาม วิชาอุลูมุ้ลกุรอาน, เนื้อหา,
และประโยชน์ของวิชานี้
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3950
2.ตำราต่างๆ ในวิชา อุลูมุ้ลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3706
3. คำนิยามของอัลกุรอานุ้ลกะรีม นามชื่อของอัลกุรอาน
และเป้าหมายของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3047
4. อายะห์และซูเราะห์ของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:5240
5. ข้อความแรกและสุดท้ายจากอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3621
6-อัลกุรอานที่เป็นมักกีย์และมะดะนีย์
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3563
7.เหตุใดอัลกุรอานจึงถูกทยอยประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3316
8. การรวบรวมอัลกุรอานและการติดตามอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4816
9.สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4807
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3833
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4289
12.จากด้านบัญญัติศาสนาในอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3573
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2756
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2692
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2279
มี 37 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์
บทความล่าสุด
- ริยาดุซซอลิฮีน บทที่203-215
- ::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
- ::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ).
- 21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid )
- 20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi)
- 19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
- สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
- Muhammad: Legacy of a Prophet
- อิสลามในอเมริกาก่อนโคลัมบัส
- อิสมาอีล (อ.ล) ตอนที่ 2
นัวฮ์ ผู้พ่ายแพ้ที่ได้รับชัยชนะ ตอนที่2
นบี นัวฮ์ ตอนที่ 2
ความโกรธของผู้มีขันติ
นัวฮ์ (อ.ล) มีชีวิตอยู่ร่วมกับพวกพ้องของเขาเป็นเวลาเก้าร้อยห้าสิบปี ประกาศเชิญชวนพวกเขาสู่การ
เคารพสักการะอัลเลาะห์ผู้เป็นพระเจ้าของมนุษยชาติเพียงองค์เดียว ผู้ทรงเอกกะ และตักเตือนพวกเขาถึง
ฟากฟ้าและสิ่งที่มีอยู่ในมัน ตักเตือนพวกเขาถึงแผ่นดินและสิ่งที่มีอยู่บนมัน แต่คำประกาศเชิญชวนของเขา
ไม่ได้รับการตอบสนอง นอกจากความเย็นชาและคำปฏิเสธ พวกเขาใช้นิ้วอุดหูจนไม่ได้ยินคำพูดนัวฮ์ ใช้ผ้า
ผูกตาเพื่อไม่ให้เห็นนัวฮ์ ขณะที่เขาเดินปะปนอยู่กับพวกเขาทั้งยามเช้าและยามเย็น คล้ายกับพวกเขากลัวว่า
คำประกาศเชิญชวนของเขาจะกระทบความคิดและสติปัญญาของพวกเขา พวกเขาสร้างกำแพงและเครื่อง
กีดขวางระหว่างเขากับนัวฮ์ เพื่อคำพูดของนัวฮ์ที่อ่อนหวานใดๆ จะไม่สามารถเจาะทะลุสู่ความคิดของพวก
เขาได้ซึ่งจะทำให้หัวใจของพวกเขาโน้มเอียง ถึงแม้หัวใจของพวกเขาจะเหมือนก้อนหินที่มืดบอดแล้วก็ตาม.
แต่นัวฮ์ ไม่สิ้นหวัง ความเหน็ดเหนื่อย และความเบื่อหน่ายไม่เคยเกิดขึ้นกับจิตใจของเขา เขายังคง
ทำหน้าที่ตักเตือน และแนะนำด้วยสัญลักษณ์ต่างๆของอัลเลาะห์ยังคงประกาศเชิญชวนสู่การ เคารสักการะ
อัลเลาะห์เพียงผู้เดียว พระองค์เพียงผู้เดียวเป็นผู้สร้าง เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ.
ก็เหมือนกับนบีทุกๆ ท่านไม่มีทางที่ความสิ้นหวังจะเกิดขึ้นในจิตใจของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ
เขาเป็นศาสนทูตที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่เรียกว่า “ อุลุ้ลอัซมิ “ เช่นนัวฮ์ (อ.ล) เพราะความสิ้นหวังเป็น
ลักษณะต่ำต้อยที่จะมีก็แต่เฉพาะคนที่ล้มเหลวเท่านั้น ผู้ซึ่งจะก้าวถอยหลังเมื่อเผชิญกับอุปสักในเส้นทางที่เขา
เดิน ส่วนนบีของอัลเลาะห์ และผู้ยิ่งใหญ่นั้น ความวางใจในอัลเลาะห์เจ้าของพวกเขาจะผลักดันพวกเขาให้
ต่อสู้และบากบั่นเดินไปอย่างไม่ย่อท้อ และท้าทายไม่ว่าจะมีอุปสักมากมายเพียงใดก็ตาม เพราะหน้าที่ของ
นบีคือการต่อสู้เพื่อทำให้มนุษยชาติมีความสุข และประกาศสัจธรรมให้ทั่วถึง เหมือนอย่างที่ลงมาจากเอก
องค์อัลเลาะห์.
นัวฮ์ ไม่ท้อถอย, เขาวิงวอนต่ออัลเลาะห์ว่าความจริงฉันพ่ายแพ้ ขอท่านได้โปรดให้ได้รับชัยชนะ
ข้าแด่องค์อภิบาลโปรดอย่าได้ปล่อยให้มีผู้ไร้ศรัทธาสักคนมีชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดิน เพราะถ้าหากท่านปล่อย
พวกเขาไว้ พวกเขาจะทำให้บ่าวของท่านหลงผิด และพวกเขาจะให้กำเนิดผู้ที่ชั่วช้า และทรยศต่อพระองค์.
อัลกุรอานได้เล่าให้พวกเราฟังถึงท่าทีเหล่านี้ไว้ในคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า :
“ และได้มีบัญชามายังนัวฮ์ว่าจะไม่มีผู้ใดจากพวกพ้องของเจ้าศรัทธา นอกจากผู้ที่ได้ศรัทธามาก่อนแล้ว
ดังนั้นท่านอย่าหมดหวังในสิ่งที่พวกเขาได้ก่อขึ้น “ (อูด : 36)
เช่นเดียวกับที่อัลกุรอานได้เล่าประวัตินี้ไว้โดยสังเขปในซูเราะห์นัวฮ์ ซึ่งไม่ได้กล่าวถึงเรื่องอื่นเลย
นอกจากเรื่องนี้เท่านั้นตั้งแต่ต้นจนจบ การอ่านซูเราะห์นี้เป็นคำตักเตือน เป็นคำสอน เป็นอุธาหรณ์ และเป็น
ประวัติของพวกพ้องนบีนัวฮ์ว่าจุดจบของพวกเขาเป็นอย่างไร อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า :
“ แท้จริงเราได้ส่งนัวฮ์ไปยังพวกพ้องของเขาว่าเจ้าจงเตือนพวกพ้องของเจ้าก่อนที่การลงโทษอัน
เจ็บปวดจะมีมายังพวกเขา (1) นัวฮ์กล่าวว่า โอ้พวกพ้องของฉัน แท้จริงฉันมาเป็นผู้ตักเตือนแจกแจงแก่พวก
เจ้า (2) ว่าพวกเจ้าจงเคารพสักการะอัลเลาะห์ จงยำเกรงพระองค์ และจงเชื่อฟังเรา (3) พระองค์จะอภัยโทษ
บาปต่างๆ ของพวกเจ้า และจะทรงผ่อนผันพวกเจ้าจนถึงวาระที่ถูกกำหนดไว้ แท้จริงวาระของอัลเลาะห์นั้น
เมื่อมาถึงแล้ว มันจะไม่ร่นออกไปอีก หากพวกเจ้ารู้ (4) เขากล่าวว่าข้าแด่องค์อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันได้
เรียกร้องเชิญชวนหมู่ชนของฉันให้มาศรัทธาต่อท่านทั้งกลางวันและกลางคืน (5) แต่การเรียกร้องเชิญชวน
ของฉัน ไม่ได้เพิ่มพูนสิ่งใดแก่พวกเขาเลย นอกจากการเผ่นหนี (6) และแท้จริงทุกครั้งที่ฉันเรียกร้องเชิญชวน
พวกเขา เพื่อที่พระองค์ท่านจะอภัยโทษให้แก่พวกเขา พวกเขาได้ใช้นิ้วอุดหูของพวกเขา และใช้เสื้อผ้าของ
พวกเขาคลุมโปง และพวกเขาก็ดื้อรั้น และแสดงความยโสโอหัง อย่างยิ่ง (7) ต่อมาแนได้เรียกร้องเชิญชวน
พวกเขาอย่างเปิดเผย (8) ต่อมาฉันก็ได้เปิดเผยแก่พวกเขา และได้เรียกร้องพวกเขาอย่างลับๆ อีกด้วย (9) ฉัน
ได้บอกแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าจงวิงวอนขออภัยโทษต่อองค์อภิบาลของพวกเจ้าเถิด เพราะพระองค์ทรงอภัยยิ่ง
(10) พระองค์จะประทานฝนลงมายังพวกท่านอย่างมากมาย (11) และพระองค์จะสนับสนุนพวกเจ้าด้วย
ทรัพย์สิน และลูกหลาน พระองค์จะให้พวกท่านมีเรือกสวนมากมาย และให้พวกท่านมีสายน้ำหลายสาย (12)
ไม่บังควรเลยที่พวกเจ้าจะไม่สำนึกถึงความน่ายำเกรงของอัลเลาะห์ (13) และแท้จริงพระองค์ได้สร้างพวกเจ้า
ขึ้นมาตามขั้นตอนต่างๆ (14) พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าอัลเลาะห์ได้สร้างฟ้าทั้งเจ็ดขึ้นมาเป็นชั้นๆ อย่างไร (15)
พระองค์ให้ดวงจันทร์มีแสงนวล และให้ดวงอาทิตย์มีแสงเจิดจ้า (16) และอัลเลาะห์ให้พวกเจ้างอกเงยขึ้นมา
จากผืนดิน เช่นพืชผัก (17) หลังจากนั้นพระองค์จะให้พวกเจ้ากลับคืนไปสู่ผืนดิน และให้พวกเจ้าออกมาจาก
ผืนดินอีกครั้งหนึ่ง (18) และอัลเลาะห์ได้ให้แผ่นดินราบเรียบกว้างใหญ่สำหรับพวกเจ้า (19) เพื่อพวกเจ้าจะ
สัญจรไปตามช่องทางที่กว้างขวาง (20) นัวฮ์ ได้กล่าวว่าข้าแด่องค์อภิบาลของฉันแท้จริงพวกเขาฝ่าฝืนฉัน
และเชื่อฟังผู้ที่ทรัพย์สินของเขาและลูกหลานของเขาไม่ได้เพิ่มพูนสิ่งใดแก่เขานอกจากความขาดทุนเท่านั้น
(21) และพวกเขาได้ใช้กลอุบายอันยิ่งใหญ่ (22) และพวกเขาได้กล่าวกันเองว่า พวกเจ้าอย่าทิ้งพระเจ้าของ
พวกเจ้า และพวกเจ้าอย่าทิ่ง วัดด์ อย่าทิ้งสุวาอ์ อย่าทิ้งยะฆูส ยะอูก และนัสร์ เป็นอันขาด (เหล่านี้เป็นชื่อรูป
เคารพของพวกเขา (23) และความจริงพวกเขาได้ทำให้คนส่วนใหญ่หลงผิด และขอพระองค์ท่านได้โปรด
อย่าเพิ่มพูนสิ่งใดให้แก่พวกที่ละเมิดนอกจากความหลงผิดเท่านั้น (24) เพราะความผิดพลาดมากมายของพวก
เขา พวกเขาจึงถูกทำให้จมน้ำ และถูกนำเข้าขุมนรก ดังนั้นพวกเขาจะไม่พบว่ามีใครช่วยเหลือพวกเขาได้
นอกจากอัลเลาะห์เท่านั้น (25) และนัวฮ์ ได้กล่าวว่าข้าแด่องค์อภิบาลของฉันของพระองค์ท่านได้โปรดอย่า
ปล่อยให้พวกที่ไร้ศรัทธาหลงเหลือบนหน้าแผ่นดินสักคนเดียว (26) เพราะแท้จริงถ้าหากพระองค์ท่านปล่อย
พวกเขาไว้ พวกเขาจะทำให้บ่าวของท่านหลงผิด และพวกเขาจะไม่ให้กำเนิดนอกจากผู้ที่เลวทรามและไร้
ศรัทธาเท่านั้น (27) ข้าแด่องค์อภิบาลของฉัน ขอพระองค์ท่านได้โปรดอภัยโทษให้แก่ฉัน บิดามารดาของฉัน
และผู้ที่เข้ามาในบ้านของฉันอย่างมีศรัทธา และแก่ผู้มีศรัทธาทั้งชายและหญิง และขอพระองค์ท่านได้โปรด
อย่าเพิ่มพูนสิ่งใดให้แก่พวกที่ละเมิด นอกจากความพินาศหานะเท่านั้น (นัวฮ์ :1 - 28)
อัลเลาะห์ ตาอาลาตอบสนองคำวิงวอนของนัวฮ์ (อ.ล) และพระองค์ได้มีโองการมายังเขาให้สร้างเรือ
ที่จะเป็นเหตุให้พวกที่มีศรัทธาที่อยู่พร้อมกับเขารอดพ้นจากหายนะ เพื่อพวกเขาจะไม่ต้องพินาศไปพร้อมกับ
พวกที่ต้องพินาศ.
นัวฮ์ สร้างเรือ
อัลเลาะห์ ได้บัญชานบีของพระองค์ให้สร้างเรือ การสร้างเรือต้องอาศัยความชำนาญ ความประณีต
และความพิถีพิถัน กล่าวกันว่านัวฮ์ เป็นผู้มีความชำนาญในการก่อสร้างด้วยไม้, เขาเริ่มปฏิบัติตามคำบัญชา
ของอัลเลาะห์ และดำเนินการตามที่ได้รับคำสั่ง ท่ามกลางสายตาและเสียงวิจารณ์ของประชาชน นัวฮ์เริ่ม
ทำงานโดยมีผู้ศรัทธาคอยให้ความช่วยเหลือ.
นัวฮ์ ไม่ได้รอดพ้นจากคำดูถูกและเหยียดหยามจากพวกพ้องของเขา, เขาไม่ปรารถสิ่งใดนอกจาก
ต้องการให้พวกเขาได้รับความดีงาม และช่วยพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวดของอัลเลาะห์ในโลก
นี้ และโลกหน้า ทันทีที่พวกเขาเห็นนัวฮ์ ชักลากไม้มา ทำการผ่า ตัด และขุดเจาะ พวกเขาก็เริ่มมองหน้ากัน
ไปมาด้วยความแปลกใจ พลางกล่าวแก่กันท่ามกลางความฉงนใจว่า : นัวฮ์ ได้เลิกประกาศเชิญชวนสู่การ
สักการะต่ออัลเลาะห์แล้ว และเขาได้มาเอาดีด้วยการเป็นช่างไม้แล้ว พวกท่านจงมองดูเขาสิ พวกเราเคยบอก
แล้วว่าเขาเป็นคนที่มีสติปัญญาไม่สมบูรณ์ ขณะนี้เขากำลังจะสร้างเรือเพื่อให้มันวิ่งไปบนพื้นดินที่แห้งผาก !
พวกเขาถามนัว์ อย่างดูแคลนว่า : โอ้ นัวฮ์ ทะเลที่จะให้เรือของท่านแล่นอยู่ที่ไหนกันเล่า ?! พวกเราไม่เคยรู้
มาก่อนเลยว่าเรือวิ่งไปในทะเลทรายได้.
นัวฮ์ ไม่ตอบอะไร เพียงแต่พูดจากับพวกเขาด้วยดี และเรียกร้องเชิญชวนพวกเขาให้ศรัทธาต่อ
อัลเลาะห์ ก่อนที่คำสัญญาของอัลเลาะห์จะมาถึง และพวกเขาจะเสียใจ และเป็นความเสียใจที่ไม่เกิด
ประโยชน์แต่อย่างใดทั้งสิ้น อีกทั้งความสำนึกผิดขณะที่เห็นการลงโทษของอัลเลาะห์กำลังเกิดขึ้นก็จะ
ไม่เกิดประโยชน์แก่พวกเขา.
ด้วยความอดทนเป็นเลิศ นัวฮ์ ได้สร้างเรือเสร็จสมบูรณ์ เป็นเรือที่มีลักษณะประณีตสวยงาม เขารอ
คอยคำบัญชาของอัลเลาะห์ ว่าจะให้เขาทำอย่างไรต่อไป.
จากนั้นคำบัญชาของอัลเลาะห์ได้มีมาว่า ให้นัวฮ์นำสิ่งมีชีวิตอย่างละคู่เพศผู้เพศหนึ่งเพศเมียหนึ่งขึ้น
ไว้บนเรือ เพื่อไว้ฟื้นฟูโลกขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากอัลเลาะห์ได้ปฏิบัติตามสัญญาของพระองค์แก่
พวกที่ไร้ศรัทธาลุล่วงลงไปแล้ว.
และเมื่อนัวฮ์ ได้ทำงานชิ้นสำคัญนี้เสร็จสิ้นลง อัลเลาะห์ได้มีบัญชาให้นัวฮ์ ขึ้นโดยสารเรือทั้งตัวเขา
เหล่าผู้มีศรัทธา และสรรพสิ่งมีชีวิตที่อัลเลาะห์ ตาอาลา ประสงค์ให้บรรทุกไป ลำเรือมีความใหญ่โตมาก
และกว้างขวางพอจะบรรทุกสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูโลกขึ้นใหม่ภายหลังน้ำท่วม.
น้ำท่วมโลก
อัลเลาะห์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกร เริ่มลงโทษ พระองค์ได้บัญชาฟากฟ้าให้ฝนตหนัก ชนิดที่ไม่มี
อำนาจใดทัดทานได้ ฝนตกลงมาเป็นสายน้ำบ่าไม่ขาดสายด้วยปริมาณน้ำอันมหาศาล.
ขณะเดียวกันอัลเลาะห์ได้สั่งการให้แผ่นดินแยกออก ตาน้ำได้ไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่
ถ้าหากมีเขื่อนหรือกำแพงก็จะไม่สามารถสกัดกั้นมันไว้ได้ น้ำที่ตกลงาจากฟากฟ้าและที่ทะลักออกมาจาก
ผืนนแผ่นดินได้มาบรรจบกัน ตามบัญชาที่อัลเลาะห์ ตาอาลาได้กำหนดไว้, นัวฮ์ พร้อมด้วยเหล่าศรัทธาชน
อาศัยอยู่ในเรือ ที่กำลังแล่นฝ่ากระแสคลื่นที่มีขนาดใหญ่ดุจดังภูเขาอัลเลาะห์ทรงเอาใจใส่ ดูแล และอารักขา
พวกที่มีศรัทธาต่อพระองค์, น้ำมากมายทั้งที่ตกลงมาจากเบื้องบน และที่ผุดขึ้นมาจากเบื้องล่าง ไม่ส่งผล
กระทบใดๆ กับเรือที่นัวฮ์ และเหล่าผู้ศรัทธาโดยสารอยู่ และไม่สามารถทำให้มันจมลงได้, โลกนี้เต็มไปด้วย
น้ำ โลกทั้งโลกกลายเป็นทะเล เป็นผืนน้ำเดียวกันทั้งโลก ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออยู่ในโลก นอกจากที่มี
อยู่ในเรือที่บรรทุกศรัทธาชนเท่านั้น อัลกุรอานได้บรรยายให้พวกเราทราบถึงบทบาทบางอย่างจากชีวประวัติ
ของนบีนัวฮ์ โดยพระองค์ตรัสว่า :
“ และโอ้ นัวฮ์ เจ้าจงสร้างเรือ ภายใต้สายตาของเรา และตามบัญชาของเรา และเจ้าอย่าเจรจากับเราในเรื่อง
ของบรรดาผู้ที่ละเมิด เพราะพวกเขาต้องจมน้ำอย่างแน่นอน (37) และเขาได้สร้างเรือ ทุกครั้งที่มีบุคคลชั้นนำ
จากพวกพ้องของเขาผ่านมาทางเขา ก็จะเยาะเย้ยเขา นัวฮ์ ก็จะกล่าวว่าถ้าหากพวกเจ้าเยาะเย้ยพวกเรา แท้จริง
พวกเราก็จะเยาะเย้ยพวกเจ้า เช่นเดียวกับที่พวกเจ้าเยาะเย้ย (38) และต่อไปพวกเจ้าก็จะรู้ว่าผู้ที่การลงโทษ
มาถึงเขานั้น มันจะทำให้เขาอัปยศ และการลงโทษอันถาวรนั้นจะบังเกิดขึ้นกับเขา (39) จนกระทั่งเมื่อคำ
บัญชาของเราได้มา และบนพื้นแผ่นดินน้ำได้พวยพุ่งขึ้น เรา(อัลเลาะห์) ได้กล่าวว่า เจ้าจงบรรทุกไว้ในเรือทุก
ชนิดเป็นคู่ๆ และครอบครัวของเจ้าด้วย เว้นแต่ผู้ที่คำประกาศิตลงโทษได้กำหนดกับเขาไว้ก่อนแล้ว และจง
บรรทุกผู้มีศรัทธาไว้ในเรือด้วย แต่ไม่มีผู้ศรัทธา เว้นแต่จำนวนเล็กน้อยเท่านั้น (40) และนัวฮ์ ได้กล่าวว่า
พวกเจ้าจงลงโดยสารในเรือเถิด ด้วยพระนามของอัลเลาะห์ ทั้งในขณะที่เรือแล่น และขณะที่เรือจอด แท้จริง
องค์อภิบาลของฉันเป็นผู้ทรอภัยยิ่ง เป็นผู้ทรงเมตตายิ่ง (ฮูด 37- 41)
ลูกรักจงขึ้นมาบนเรือพร้อมกับพวกเราเถิด
นัวฮ์ มีบุตรหลายคน และบุตรคนหนึ่งของเขาชื่อ “กันอาน “เป็นคนที่ฝ่าฝืน เขาดื้อรั้นต่อคำเรียกร้อง
เชิญชวนของผู้เป็นบิดา เขาโน้มเอียงไปอยู่ทางฝ่ายผู้ไร้ศรัทธา ทั้งที่บิดาของเขาปรารถนาให้เขาพ้นภัยพิบัติ
ในครั้งนี้.
ชีวประวัติของนัวฮ์ (อ.ล) แสดงให้เราเห็นถึงความเอื้ออาทรของบิดาที่มีต่อบุตรที่ไม่มีวันเหือดแห้ง
ไป ไม่ว่าบุตรจะเป็นคนที่หยาบช้า และเนรคุณเพียงใดก็ตาม, ขณะที่น้ำท่วมโลก นัวฮ์ ได้เรียกบุตรชายของ
ตนที่อยู่โดยลำพังผู้เดียวว่า : โอ้ลูกรักจงขึ้นมาบนเรือพร้อมกับพวกเราเถิด และเจ้าอย่าไปร่วมกับพวกที่ไร้
ศรัทธา.
แต่ความเลวร้ายได้ถูกกำหนดไว้แล้วแก่ กันอาน , เขาไม่สนองตอบบิดาที่ร้องเรียกเขา, และเขาได้
กล่าวว่า : ฉันจะไปอยู่บนยอดเขา ที่มันจะสามารถปกป้องฉันจากกระแสน้ำ ฉันไม่ต้องการลงเรือลำนี้ของ
ท่านหรอก และฉันจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนเมื่อได้ขึ้นไปอยู่บนที่สูง.
นัวฮ์กล่าวว่า : ในวันนี้ ไม่มีใครจะป้องกันจากสิ่งที่อัลเลาะห์ กำหนดได้เลย นอกจากผู้ที่พระองค์
เมตตาเขาเท่านั้น.
และทันใดนั้นเองลูกคลื่นใหญ่ก็ได้ถาโถมเข้าปะทะกัน มันได้พาร่างของกันอานไปด้วย มันพาร่าง
ของกันอานไปไกลจากเรือ จนเขาไม่สามารถตะเกียกตะกายเข้าหาเรือได้ ในที่สุดเขาก็รวมอยู่ในพวกที่จมน้ำ
ตาย.
กันอานตาย แล้วพร้อมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกับเขา เพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับพวกที่ยโสโอหัง
เขาได้รับอิทธิพลจากความคิดของพวกที่ปฏิเสธอัลเลาะห์ เขาไม่ประสงค์จะรวมกลุ่มกับพวกที่มีศรัทธา
และในที่สุดเขาก็จมน้ำเสียชีวิตไป.
ในระหว่างนั้นนัวฮ์ ก็ไม่ได้ลืมบุตรที่รักของตน ทั้งที่บุตรของตนเป็นผู้ไร้ศรัทธา เป็นผู้ทรยศเนรคุณ
และอกตัญญู เขามุ่งหน้าเข้าหาอัลเลาะห์ วิงวอนต่อพระองค์ให้ลูกของตนปลอดภัย.
นัวฮ์ ได้กล่าวว่า ข้าแด่องค์อภิบาลของฉัน ลูกของฉันเป็นคนในครอบครัวของฉัน สัญญาของท่าน
เป็นจริง และท่านเป็นผู้ทรงยุติธรรมยิ่ง ..
อัลเลาะห์ ตาอาลามีโองการว่า : โอ้นัวฮ์ ความจริงบุตรของท่านคนนี้ไม่ใช่คนในครอบครัวของท่าน
ที่เราได้สัญญากับท่านไว้เราจะช่วยเหลือให้พวกเขาพ้นภัย ทั้งนี้เพราะเขาเป็นผู้ที่ไม่ศรัทธา และเขากระทำ
กิจกรรมที่ไม่ใช่กิจกรรมของผู้ที่มีคุณธรรม และความจริงคนที่ไม่มีคุณธรรมนั้น เขาไม่อาจอยู่ร่วมกับพวกที่
มีคุณธรรมได้ ณ พระองค์อัลเลาะห์ แม้แต่การที่จะเป็นบุตรแท้ๆ ของพวกที่มีคุณธรรมก็ตาม เพราะความ
เป็นวงศาคณาญาติที่แท้จริง และสายสัมพันธ์ที่ถูกต้อง คือความเป็นวงศาคณาญาติทางด้านศรัทธา ความมี
คุณธรรม ความมีหลักศรัทธาบริสุทธิ์ตรงกัน และกระทำกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากหลักศรัทธานี้.
ดังนั้น กันอาน จึงจบชีวิตลงด้วยการจมน้ำตาย การที่เขามีศักดิ์เป็นถึงลูกของนบีท่านหนึ่งจาก
บรรดานบีที่มีจิตใจเข้มแข็ง และเผชิญอันตรายในการเผยแพร่ศาสนา ไม่ได้ช่วยอะไรเขาได้เลย, อัลเลาะห์ ได้
ช่วยให้นัวฮ์ และศรัทธาชนที่รวมอยู่กับเขาพ้นภัยจากน้ำท่วมโลก ทั้งที่ฝนตกกระหน่ำ กระแสน้ำไหลเชี่ยว
กราก ท่วมท้นแผ่นดินทั้งหมด … จนในที่สุดเรือของนบีนัวฮ์ ก็ได้ไปติดอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่งคือภูเขา อัล
ญูดีย์ กล่าวกันว่าเป็นภูเขาที่อยู่ทางด้าน ดิยาร บักร์ ในคาบสมุทรอาหรับ.
และนี่คือการลงโทษของอัลเลาะห์ ที่กระทำต่อพวกที่ก่อการละเมิด และนี่คือความเมตตาที่พระองค์
มอบให้แก่กลุ่มชนที่มีศรัทธา.
และที่ยังคงเหลือสำหรับพวกเราหลังจากนั้นก็คือ พวกเรามีศรัทธาต่ออัลเลาะห์ ต่อมะลาอิกะห์ของ
พระองค์ ต่อคัมภีร์ของพระองค์ ต่อศาสนทูตของพระองค์ โดยเราจะไม่แบ่งแยกระหว่าง ศาสนทูตท่านใด
จากบรรดาศาสนทูตของอัลเลาะห์ และที่เป็นหน้าที่ของพวกเราต่อไปก็คือจะต้องอ่านอัลกุรอานและศึกษา
ชีวประวัติของนบีนัวฮ์ (อ.ล) จากอายะห์ต่างๆ เพื่อเราจะได้บทเรียนและข้อคิดที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเรา และ
พวกเราทราบดีว่าอัลเลาะห์ไม่ได้เล่าชีวประวัติต่างๆ ให้พวกเราได้รับทราบโดยผ่านมาทางนบีท่านต่างๆ
และนบีท่านสุดท้ายคือนบีมุฮำหมัด (ซ.ล) นอกจากเพื่อให้เป็นอุทธาหรณ์แก่พวกที่ใช้ความคิดไตร่ตรอง
ดังนั้นพวกเราจะต้องปฏิบัติตามคำบัญชาของอัลเลาะห์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกร.
และผู้เป็นบุตร ก็จะต้องรับฟังคำแนะนำสั่งสอนของผู้เป็นบิดามารดา และนำไปปฏิบัติตราบที่ไม่
เป็นการละเมิดต่ออัลเลาะห์ จะต้องให้เกียรติยกย่องผู้ที่มีความรู้และผู้อาวุโสในสังคมของเรา จะต้อง
ทบทวนอัลกุรอานที่เล่าเรื่องราวของคนในยุคก่อนให้พวกเราได้รับรู้ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ดีมีประโยชน์และใน
แง่นี้เราจะพบว่าอัลกุรอานได้เล่าเรื่องน้ำท่วมโลกให้พวกเราฟังอย่างครบถ้วน อัลเลาะห์ ตาอาลาตรัสว่า :
“และเรือได้พาพวกเขาฝ่าคลื่นที่สูงดุจดังขุนเขาไป และนัวฮ์ได้เรียกบุตรชายของเขา –ขณะที่
บุตรชายของเขาได้ปลีกตัวออกไปจากพวกที่มีศรัทธาว่า – โอ้ลูกรัก จงโดยสารเรือไปพร้อมกับพวกเราเถิด
เจ้าอย่าไปร่วมอยู่กับพวกที่ไร้ศรัทธา จะเป็นเหตุให้เจ้าจมน้ำเสียชีวิต (42) บุตรชายของนัวฮ์กล่าวว่า ฉันจะ
ไปอาศัยอยู่บนภูเขา ที่มันจะสามารถปกป้องฉันจากจมน้ำได้, นัวฮ์ ได้ตอบเขาว่า ในวันนี้ ไม่มีใครจะป้องกัน
จากสิ่งที่อัลเลาะห์มีบัญชาไว้และได้กำหนดให้เกิดขึ้นได้เลยอันได้แก่การจมน้ำและความหายนะ นอกจากผู้
ที่อัลเลาะห์ ตาอาลาพระองค์เมตตาเขาเท่านั้น ดังนั้นท่านจงรักษาตัวให้ปลอดภัย และจงมาโดยสารเรือพร้อม
กับพวกเราเถิด, และคลื่นสูงได้ซัดพาบุตรชายและนัวฮ์ออกห่างไปจากกัน จนในที่สุดเขาก็เป็นผู้หนึ่งที่จมน้ำ
เสียชีวิตไป (43) และอัลเลาะห์ ได้ตรัสแก่ผืนแผ่นดิน – ภายหลังความหายนะพวกพ้องของนัวฮ์ – ว่า โอ้ผืน
แผ่นดินเจ้าจงกลืนกินน้ำของเจ้าเถิด และโอ้ท้องฟ้า เจ้าจงระงับน้ำฝนของเจ้าเถิด น้ำเริ่มลดลงและแห้งใน
ที่สุด, ภารกิจของอัลเลาะห์ในการลงโทษพวกพ้องของนัวฮ์เสร็จสิ้น, และเรือได้จอดลง ณ ภูเขา อัลญูดีย์,
และมีผู้ประกาศว่า ความหายนะ และความเหินห่างจงเกิดแก่พวกที่ละเมิด ซึ่งล่วงล้ำขอบเขตของอัลเลาะห์
โดยพวกเขาไม่ได้ศรัทธาต่อพระองค์ (44)
บทความทั่วไป
การปะปนและพบปะผู้หญิงในระหว่างการทำงาน
๐๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:90

๑๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:112
๑๗-๐๕-๒๕๕๕ Hits:34
(تيسير مصطلح الحديث) “ทำให้วิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษเป็นเรื่องง่าย”
บทนำ
6--3- หนังสือที่แพร่หลายในวิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษ ๐๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:714 | การแบ่งคอบัรโดยพิจารณาการที่คอบัรตกทอดมาถึงพวกเรา | ฮะดีษที่ถูกรับรอง
6-9- اَلصَّحِيْح (ฮะดีษซอเฮียะฮ์)
๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:656
6--10- اَلْحَسَنُ (ฮะดีษ ฮะซัน) ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:681
6--11- (صَحِيْح لِغَيْرِهِ) ซอเฮียะฮ์เพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:719
6-12- (حَسَن لِغَيْرِهِ) ฮะซันเพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:710
6-13- คอบัรอาฮาดที่ถูกรับรองซึ่งแวดล้อมด้วยหลักฐานประกอบอื่นๆ
๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:697 |
การถือศิลอดประวัตินิติศาสตร์อิสลาม |
ประเด็นทางการแพทย์
ประวัติศาสตร์ คอลีฟะห์สี่สิบฮะดีษ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1167 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1195
6- ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1240 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1135 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1499 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3164 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3374 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3748 ราชวงศ์อุมัยยะฮ์๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1252
7-มัรวานที่ 2 และการโค่นล้มของราชวงศ์อุมัยยะฮ์. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1323
6-สมัยของยะซิดที่ 2 และฮิชาม ( Hisham ). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1144
5-อุมัรที่ 2 (ฮ.ศ.99-101 ค.ศ.717-720). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1212
4-วะลีดที่ 1 (Walid 1) และสุลัยมาน (Sulaiman). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1160
3-มัรวาน(Marwan)และอับดุลมาลิก(Abdul Malik)(ฮ.ศ.64-66 ค.ศ683-685). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1344
2-สมัยของยะซิดและมุอาวิยะฮ์ที่ 2. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1268 ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1220 4-ราชวงค์อับบาซี่ยะห์
::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:370
::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ). ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:553
21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid ) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:523
20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:517
19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:555 news pro 4 test๒๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3512 ๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4169 | news pro 4 test (2)๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4739 |
ขัดเกลาจิตใจ
Copyright © 2011 ---.
All Rights Reserved.
บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)













