นิยาม วิชาอุลูมุ้ลกุรอาน, เนื้อหา,
และประโยชน์ของวิชานี้
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3950
2.ตำราต่างๆ ในวิชา อุลูมุ้ลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3706
3. คำนิยามของอัลกุรอานุ้ลกะรีม นามชื่อของอัลกุรอาน
และเป้าหมายของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3047
4. อายะห์และซูเราะห์ของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:5240
5. ข้อความแรกและสุดท้ายจากอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3621
6-อัลกุรอานที่เป็นมักกีย์และมะดะนีย์
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3563
7.เหตุใดอัลกุรอานจึงถูกทยอยประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3316
8. การรวบรวมอัลกุรอานและการติดตามอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4816
9.สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4807
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3833
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4289
12.จากด้านบัญญัติศาสนาในอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3573
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2756
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2692
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2279
มี 37 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์
บทความล่าสุด
- ริยาดุซซอลิฮีน บทที่203-215
- ::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
- ::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ).
- 21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid )
- 20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi)
- 19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
- สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
- Muhammad: Legacy of a Prophet
- อิสลามในอเมริกาก่อนโคลัมบัส
- อิสมาอีล (อ.ล) ตอนที่ 2
นบีอาดัม ตอนที่3
ประวัตินบีอาดัม ตอนที่3
อิลีสได้กล่าวกับองค์ผู้อภิบาลว่า : ฉันจะปลูกฝังความชั่ว ความยโสโอหังให้เกิดในระหว่างจิตใจบุตรหลานของอาดัม, เพื่อในที่สุดพวกเขาก็จะต้องได้รับการสาปแช่งเช่นเดียวกับที่ฉันได้รับ.
อิบลีสถูกขับออกจากสวรรค์
สวรรค์เป็นสถานที่งดงาม เพราะเป็นสถานที่ ที่มนุษย์จะได้รับแต่ความสุข ความสะดวก
สบาย ความปีติยินดี อัลเลาะห์ได้สร้างสวรรค์ให้เป็นสถานบรมสุขอันเป็นนิรันดร ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสวรรค์
อยู่ที่ไหน นอกจากอัลเลาะห์ (ซ.บ) เท่านั้น ในสวรรค์มีผลไม้รสชาติดีมากมาย มีเนื้อสัตว์ที่
เอร็ดอร่อย มีเนื้อนกที่น่ารับประทาน มีน้ำผึ้งบริสุทธิ์ มีน้ำนมที่ไม่เปลี่ยนแปลงรสชาติของมัน
และมีทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการทั้งอาหารเครื่องดื่มเสื้อผ้าแพรพรรณ และที่อยู่อาศัย และ
สาวสวรรค์ที่งดงาม.
อิบลีสอยู่กับมะลาอิกะห์ในสวรรค์นี้ ต่อมาเมื่อมันละเมิดคำบัญชาของอัลเลาะห์ และดื้อดึง
ต่อองค์อภิบาล อัลเลาะห์จึงขับไล่มันออกจากสวรรค์ อิบลีสยิ่งเพิ่มความดื้อดึงมากขึ้น มันกล่าวกับ
องค์ผู้อภิบาลว่า :
ตราบใดที่พระองค์ให้เกียรติยกย่องอาดัม มากกว่าฉัน ท่านได้ให้เขาพำนักอยู่ในสวรรค์
ของท่าน และท่านได้ขับไล่ฉันออกจากสวรรค์เพราะอาดัมเป็นต้นเหตุ ต่อไปฉันจะต้องขัดขวาง
เขาทุกวิถีทางที่เป็นความดี และลวงล่อเขาให้ออกไปจากเส้นทางของความดี และจะทำให้เขา
เห็นว่าความสนุกสนาน และการละเล่นเพลิดเพลินต่างๆ เป็นความดี ฉันจะปลูกฝังความชั่ว ความ
ผูกพยาบาท ความอิจฉาริษยา ความยโสโอหังให้เกิดในระหว่างจิตใจบุตรหลานของเขา, เพื่อใน
ที่สุดพวกเขาก็จะต้องได้รับการสาปแช่งเช่นเดียวกับที่ฉันได้รับ.
อัลเลาะห์ ตาอาลาตรัสว่า :
“ โอ้อิบลีส เจ้าจงออกไปจากสวรรค์ เพราะเจ้าเป็นผู้ที่ถูกขับไล่ไสส่งให้พ้นไปจากความดี
ทั้งปวง และเจ้าจะถูกสาปแช่งจนถึงวันตัดสิน “ (อัลฮิจร์ :34-35) และคนที่อยู่พร้อมกับเจ้า
ในเส้นทางที่หลงผิด เส้นทางของความชั่วและปฏิเสธอัลเลาะห์ ก็จะถูกสาปแช่งด้วยเช่นเดียวกัน เขา
จะได้รับความตกต่ำในโลกนี้ และได้รับความขาดทุนในอาคิเราะห์ สิ่งที่พวกเจ้าจะได้รับตอบแทน
คือนรก ญะฮันนัม ที่เชื้อเพลิงของมันก็คือมนุษย์ และก้อนหิน, ส่วนสวรรค์นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม
สำหรับตัวเจ้า และพวกที่ปฏิบัติตามเจ้า.
อิบลีสกล่าวว่า : ตราบที่พระองค์ท่านขับไล่ฉันออกจากสวรรค์ และห้ามฉันไม่ให้ได้รับความ
เมตตาของพระองค์ท่าน ขอพระองค์ท่านได้โปรดมอบสิ่งหนึ่งให้แก่ฉัน และลูกหลานของฉัน โดย
พระองค์ท่านจะต้องไม่มอบมันให้แก่ผู้ใดอีกเลย.
อัลเลาะห์ ตรัสถามว่า : เจ้าอยากได้สิ่งใดหรือ โอ้อิบลีส ผู้น่าชิงชัง ?
อิบลีสตอบว่า : ได้โปรดยืดอายุ และกำหนดความตายของฉันออกไปจนถึงวันกิยามะห์
“… อิบลีสกล่าวว่าข้าแด่องค์อภิบาลของฉัน ได้โปรดร่นกำหนดความตายของฉันออกไปจนถึงวัน
กิยามะห์ “ (อัลฮิจร์ :36)
อัลเลาะห์ ตอบว่า :“ ดังนั้นเจ้าจะได้รับการร่นกำหนดความตายออกไปจนถึงวันกิยามะห์ “
(อัลฮิจร์ :37-38)
อัลลาะห์ได้ตอบรับคำขอของอิบลีส และให้สัญญากับมันว่าจะให้มันมีชีวิตอยู่จนถึงวันกิยามะห์
และอัลเลาะห์ (ซ.บ) ได้เตือนพวกเราให้ระมัดระวังอิบลีส เพื่อพวกเราจะได้ไม่ติดกับดักของมัน
พระองค์ได้เตือนว่า :
“ แท้จริงชัยตอนเป็นศัตรูของพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงถือว่ามันเป็นศัตรูเถิด อย่าเชื่อฟังและ
ปฏิบัติตามมัน ความจริงมันจะเรียกร้องเชิญชวนบริวารของมันไปสู่ความหลงผิดเพื่อพวกเขาจะได้
เป็นชาวนรก “ (ฟาติร : 6)
อาดัมและเฮาวาอ์ .. ในสวรรค์
อัลเลาะห์ได้ให้อาดัมพำนักอยู่ในสวรรค์ และพระองค์ประสงค์จะผ่อนคลายอาดัมจากความ
เปล่าเปลี่ยว เดียวดาย และประสงค์ให้อาดัมอยู่ในสวรรค์ของพระองค์อย่างอบอุ่นใจ พระองค์จึง
ได้ถอดซี่โครงซี่หนึ่งของอาดัมออกไป และได้สร้างเฮาวาอ์ขึ้นจากกระดูกซี่โครงนั้น ทั้งหมดนี้
เกิดขึ้นขณะที่อาดัมนอนหลับ เมื่อตื่นขึ้นเขาพบเฮาวาอ์ อยู่ข้างกายของเขา องค์อภิบาลบอกเขา
ว่าผู้นี้คือคู่ชีวิตของเขา ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดอายุขัยของเขา.
อาดัมทรุดกายลงกราบ แสดงความขอบคุณอัลเลาะห์ที่ได้ประทานความโปรดปรานอัน
ยิ่งใหญ่นี้ เมื่อเราให้ความสนใจกับเรื่องนี้เราก็จะพบว่าอาดัมนั้น อัลเลาะห์สร้างเขาขึ้นมาจากดิน
เหนียวที่หมักไว้จนมีกลิ่นโดยไม่มีพ่อไม่มีแม่ และเราก็จะพบว่าเฮาวาอ์นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากกระดูก
ซี่โครงของอาดัม คล้ายกับอาดัมเป็นพ่อของเฮาวาอ์ และเฮาวาอ์ก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่มีแม่
เพราะอัลเลาะห์ทรงความสามารถทำได้ทุกสิ่ง พระองค์เพียงผู้เดียวที่เป็นผู้สร้าง พระองค์จึง
นำเสนองานสร้างและความสามารถของพระองค์ให้พวกเราได้พิจารณา.
อัลเลาะห์ได้กล่าวแก่อาดัมและเฮาวาอ์ว่า :เจ้าทั้งสองคนจงพำนักอยู่ในสวรรค์ของเราเถิด
และจงรับประทานได้ตามสบาย ตามที่เจ้าทั้งสองคนต้องการ ยกเว้นต้นไม้เพียงต้นเดียวที่อัลเลาะห์
ได้กำหนดไว้ พระองค์ตรัสแก่คนทั้งสองว่า :“ และเจ้าทั้งสองอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ต้นนี้เป็นอันขาด
จะเป็นเหตุให้เจ้าทั้งสองคนเป็นผู้ละเมิด “ (อัลบะกอเราะห์ : 35)
ความจริงอัลเลาะห์จะทรงทดสอบศรัทธาของบ่าวของพระองค์อยู่เสมอ พระองค์จะให้บ่าว
ของพระองค์ตกอยู่ในสถานการณ์ของการทดสอบ และการพิสูจน์ศรัทธาของพวกเขา โดยพระองค์
ทรงทราบดีถึงผลของการทดสอบและพิสูจน์นั้น แต่พระองค์ต้องการเปิดเผยให้แก่มนุษย์ทุกคนได้
ทราบถึงผลลัพธ์จากการกระทำของเขา และวาระสุดท้ายของเขา
ดังนั้นพระองค์จึงได้ตรัสว่า : “
ความจริงเราได้กำชับอาดัมไว้ก่อนแล้ว ไม่ให้รับประทานผลจากต้นไม้นั้น แต่ต่อมาเขาก็ลืมคำ
กำชับของเรา เราไม่พบว่าเขาได้จดจำคำกำชับนั้นไว้ “ (ตอฮา : 115) ชัยตอนได้ฉวยโอกาส
สร้างความสับสนให้เกิดแก่อาดัมและเฮาวาอ์ ลวงล่อ หว่านล้อม และชักจูงคนทั้งสองให้เข้าใกล้
ต้นไม้ต้องห้ามนั้น และหาคำแก้ตัวให้คนทั้งสองว่าที่อัลเลาะห์ห้ามเขาทั้งสองรับประทานผลจาก
ต้นไม้นั้นก็เพราะเมื่อเขาทั้งสองรับประทานมันเข้าไป เขาทั้งสองจะกลายเป็นมะลาอิกะห์ หรือ
พระองค์จะต้องให้เขาทั้งสองมีชีวิตที่เป็นอมตะตลอดไป “ ชัยตอนได้สร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับ
คนทั้งสอง เพื่อทำให้คนทั้งสองละเมิดคำสั่งของอัลเลาะห์ด้วยการรับประทานจากต้นไม้ต้องห้าม
นั้น เพื่อในที่สุดคนทั้งสองก็จะเผยส่วนอันพึงสงวนอันเป็นสิ่งน่าละอายของคนทั้งสองที่ถูกปกปิดไว้
ชัยตอนได้กล่าวในการลวงล่อคนทั้งสองของมันว่า ที่อัลเลาะห์ห้ามเจ้าทั้งสองรับประทานผลจาก
ต้นไม้นี้ก็เพราะไม่ต้องการให้เจ้าสองกลายเป็นมะลาอิกะห์ หรือเพราะพระองค์ไม่ต้องการให้เจ้าทั้ง
สองมีชีวิตที่เป็นอมตะตลอดไป “ (อัลอะอ์รอฟ :20)
ชัยตอน ผู้น่าชิงชัง ได้รับชัยชนะในการลวงล่อและทำให้คนทั้งสองพอใจที่จะละเมิดคำสั่ง
ของอัลเลาะห์ “ … เมื่อคนทั้งสองได้ลิ้มรสผลจากต้นไม้ต้องห้ามนั้นส่วนที่พึงสงวนอันเป็นสิ่งที่น่า
อับอายของคนทั้งสองก็เผยออกมาแก่เขาทั้งสอง โดยสิ่งที่อัลเลาะห์ ปกปิดมันไว้ก่อนการละเมิดได้
หายไป คนได้สองได้ใช้ใบไม้ในสวรรค์ปกปิดส่วนที่พึงสงวนของคนทั้งสอง องค์อภิบาลได้เรียก
คนทั้งสองว่า เราไม่ได้ห้ามเจ้าทั้งสองคนหรือว่าห้ามรับประทานผลจากต้นไม้นั้น เราไม่ได้บอกแก่
เจ้าทั้งสองหรือว่าชัยตอน เป็นศัตรูที่ประกาศความเป็นศัตรูของมันอย่างชัดเจนกับเจ้าทั้งสอง ? “
(อัลอะอ์รอฟ : 22)
บนร่างกายของคนทั้งสองเคยมีสิ่งที่อัลเลาะห์ปกปิดไว้แม้ทั้งสองคนจะอยู่ในสภาพเปลือยกาย
ก็ตาม และทั้งสองคนได้เปิดมันออกด้วยการละเมิดคำสั่งของพระองค์ คนทั้งสองจึงจำต้องแสวงหา
สิ่งที่จะนำมาปกปิดร่างกาย โดยการเก็บใบไม้เพื่อนำมาเป็นเครื่องปกปิดส่วนที่พึงสงวนบนเรือนร่าง
ของเขาทั้งสอง.
คล้ายกับอัลเลาะห์ต้องการให้เราเห็นว่าการละเมิดคำสั่งของอัลเลาะห์ ทำให้ส่วนที่พึงสงวน
ของร่างกายต้องเปิดออก และการละเมิดคำสั่งนั้นทำให้สิ่งที่ถูกปกปิดไว้ได้รับความอับอายแน่นอน
ว่าการละเมิดคำสั่งของอัลเลาะห์ย่อมต้องถูกลงโทษ แล้วโทษของอาดัม กับ เฮาวาอ์ คืออะไร ?
อัลเลาะห์ ตาอาลา มีบัญชาว่า : “ อาดัม และเฮาวาอ์ เจ้าทั้งสองจงลงไปจากสวรรค์สู่ผืนดิน
พร้อมด้วยอิบลีส โดยเจ้าทั้งสองและอิบลิสเป็นศัตรูต่อกัน ต่อไปเมื่อมีแนวทางที่ถูกต้องและคำแจก
แจงจากเราไปยังพวกเจ้า ดังนั้นผู้ใดที่ยอมปฏิบัติตามแนวทางและคำแจกแจงของเรา เขาจะได้รับ
แนวทางที่ถูกต้องในโลกนี้ และเขาจะไม่ได้รับสิ่งชั่วร้ายตอบแทนในอาคิเราะห์ ส่วนผู้ที่เบือนหนี
จากการรำลึกถึงเรา เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างคับแค้น แม้ภายนอกจะดูมีความสุขสบายก็ตาม และเราจะ
ให้เขาฟื้นคืนชีพในวันกิยามะห์ในสภาพที่มืดบอด “ (ตอฮา:123-124)
อาดัมและเฮาวาอ์ ได้ลงมาสู่ผืนดิน ทั้งสองรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ เพราะทั้งสองได้จากสวรรค์
ที่เต็มไปด้วยความสุขสบายมา เขาทั้งสองได้มาสู่ชีวิตที่ต้องต่อสู้ ดิ้นรน และเหน็ดเหนื่อย ณ ผืน
ดินแห่งนี้ธาตุแท้ของทุกสิ่งที่อัลเลาะห์สร้างจะปรากฏชัดเจน ชัยตอนทั้งที่มันรู้ว่ามันทำความผิด
แต่มันก็ยังคงดื้อดึง และละเมิดคำสั่งของอัลเลาะห์ ส่วนมนุษย์นั้นแม้บางครั้งจะทำบาป แต่ก็ยัง
สำนึกผิดและกลับตัวเป็นคนดี นี่เป็นสิ่งที่เกิดกับอาดัม และเฮาวาอ์ ขณะที่เขาทั้งสองได้ยกมือขึ้น
วิงวอนขอต่ออัลเลาะห์ และแสดงความเสียใจ เขาทั้งสองได้กล่าวว่า : “ ข้าแด่องค์อภิบาลของเรา
เราได้ทุจริตต่อตัวเองไปแล้ว ถ้าหากท่านไม่ยอมยกโทษให้เรา และไม่ให้ความเมตตาแก่เรา
แน่นอนว่าเราจะต้องรวมอยู่ในพวกที่ขาดทุน “ ( อัลอะอ์รอฟ :23)
อัลเลาะห์ รับคำวิงวอนของอาดัม และ เฮาวาอ์ และรับการกลับตัวของคนทั้งสอง เพราะ
พระองค์เป็นผู้รับการกลับตัวกลับใจของบ่าว อีกทั้งทรงเมตตายิ่ง พระองค์ทรงให้อภัยไม่ถือโทษ
พระองค์จะยกโทษให้แก่ผู้ที่ทำความผิด แล้วสำนึกตัวกลับใจเป็นคนดี.
เริ่มมีการสืบสายพันธุ์
อัลเลาะห์ บัญชาให้อาดัม แต่งงานกับ เฮาวาอ์ เป็นการแต่งงานที่มีความดีเพิ่มพูนยิ่งเฮาวาอ์
ตั้งครรภ์แล้วคลอดบุตรเป็นคู่ๆ คือเพศชายหนึ่งคนและเพศหญิงหนึ่งคน การตั้งครรภ์และคลอดบุตร
เป็นไปอย่างต่อเนื่องกัน ทุกครั้งเฮาวาอ์จะให้กำเนิดเป็นบุตรแฝดเพศชายหนึ่งคนและเพศหญิงหนึ่ง
คน ในเมื่อสังคมมนุษย์ยุคนั้นยังไม่มีใครอื่นนอกจากอาดัม และเฮาวาอ์ กับบุตรที่เกิดจากคนทั้งสอง
อาดัมได้รับการชี้นำจากพระเจ้าให้ทำการแต่งงานบุตรชายจากท้องแรก กับบุตรหญิงจากท้องที่สอง
และบุตรชายจากท้องที่สอง กับบุตรหญิงจากท้องแรก เพราะถือว่าแต่ละท้องเป็นพี่น้องที่คลานตาม
กันมา และอัลเลาะห์มีประสงค์จะให้ ฮาบีล ได้แต่งงานกับ น้องสาวที่เป็นคู่ของกอบีล ซึ่งเป็นหญิง
รูปงาม มีเสน่ห์ชวนมอง กอบีลต้องการเอาน้องสาวที่เป็นคู่ของตนไว้เสียเองและต้องการแต่งงาน
ด้วย อาดัมได้กล่าวแก่กอบีล ว่า :
- จะแต่งงานกันไม่ได้ ! นี่เป็นบัญชาของอัลเลาะห์ เจ้าจะฝ่าฝืนบัญชาของอัลเลาะไม่ได้
-
แต่กอบีล ขัดขืนคำสั่งของอัลเลาะห์ และไม่ยอมเชื่อฟังคำแนะนำของผู้เป็นบิดา ชัยตอนได้
เข้าครอบงำเขาเสียแล้ว มันได้ทำให้กอบีล เห็นว่าความดื้อดึงของตนมีความสำคัญกว่าการรับฟัง
คำแนะนำจากบิดา มันทำให้ดวงตาของเขามืดบอด มันทำให้สติปัญญาของเขาทึบ ดังนั้น กอบีล
จึงยังคงยืนกรานที่จะแต่งงานกับน้องสาวที่เป็นคู่ของตนให้ได้.
อาดัม ประสงค์จะทำให้บุตรชายทั้งสองของตนพ้นจากจุดอับนี้ จึงได้กล่าวแก่บุตรชายทั้ง
สองว่า : เจ้าทั้งสองจงกลับคืนสู่ความประสงค์ของอัลเลาะห์ และการเลือกสรรของพระองค์เถิดเจ้า
ทั้งสองจงมอบหมายให้อัลเลาะห์เป็นผู้ตัดสินในเรื่องนี้ระหว่างเจ้าทั้งสองเถิด โดยให้เจ้าแต่ละคน
นำกุรบาน(เครื่องพลี) ไปถวายต่ออัลเลาะห์ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกร ผู้ใดที่อัลเลาะห์รับกุรบาน
ของเขา แสดงว่าพระองค์พอใจเขา และในขณะเดียวกันก็ถือว่าผู้นั้นได้รับอนุญาตให้แต่งงานกับ
น้องสาวของกอบีลผู้เลอโฉม.
ฮาบีลนั้นประกอบอาชีพด้วยการเลี้ยงสัตว์ ส่วนกอบีล มีอาชีพเพาะปลูกข้าวสาลี ฮาบีลได้
ทำการคัดเลือกสัตว์ตัวที่ดีที่สุดที่ตนมี และถวายเป็นกุรบานเพื่ออัลเลาะห์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียง
ไกร เพื่อทำให้อัลเลาะห์พอพระทัย. ส่วนกอบีล ได้นำสิ่งที่เลวที่สุดที่ตนมีจากผลิตผลการเกษตร
ของตน และได้ถวายเป็นกุรบานเพื่ออัลเลาะห์ โดยไม่หวั่นไหวว่าจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร .
ในทีสุดฮาบีล ก็ได้รับข่าวดี … อัลเลาะห์ทรงรับกุรบานของเขา อาดัมจึงได้กล่าวขึ้นว่า :
- บัดนี้ อัลเลาะห์ได้ตัดสินข้อพิพาทแล้ว,พระองค์พอพระทัยให้ฮาบีลได้แต่งงานกับน้องสาว
คู่ของกอบีล และจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำตัดสินของอัลเลาะห์ และต้องพอใจคำตัดสินนั้น.
อิบลีสได้เคยแสดงความยโสโอหังต่อคำบัญชาของอัลเลาะห์มาแล้ว มาบัดนี้บุตรชายคน
หนึ่งของอาดัม กำลังเจริญรอยตามอิบลีส และเดินตามเส้นทางของมัน ในใจของเขาเต็มไปด้วย
ความอาฆาต และอิจฉาริษยา หูเขาหนวกไม่ได้ยินคำตักเตือนจากผู้เป็นบิดา เขากล่าวแก่ฮาบีลว่า
:
- ถ้าหากเจ้าแต่งกับน้องสาวคู่ของฉัน ฉันจะต้องสังหารเจ้าอย่างแน่นอน.
แต่ฮาบีล คนดี มีคุณธรรม กล่าวแต่เพียงว่า : “ ถ้าหากเจ้ายื่นมือของเจ้ามาเพื่อสังหารฉัน
ฉันจะไม่ยื่นมือของฉันไปสังหารเจ้าหรอก ฉันกลัวอัลเลาะห์ ผู้อภิบาลสากลโลก “
(อัลมาอิดะห์ :28)
แต่กอบีลนั้นขณะนี้อารมณ์ใฝ่ต่ำได้เข้าครอบงำเขาเสียแล้ว เขาได้ลงมือสังหารฮาบีลจน
เสียชีวิต และนี่ถือเป็นการฆาตกรรมครั้งแรกที่เกิดขึ้นบนหน้าแผ่นดิน และเป็นเลือดที่หลั่งชะโลม
ดินเป็นครั้งแรก. กอบีลไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับศพของฮาบีล เขาแบกศพขึ้นบ่าและเดินตระเวน
ไปทั่ว เขามีความประสงค์ประการเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ศพนั้นไกลจากสายตาของบิดา สายตา
ของมารดา และสายตาของน้องสาวคู่ของเขาที่ต้องการจะแต่งงานด้วย เขายังคงแบกศพ เดินไป
และเดินไป โดยไม่รู้แห่งหน และไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับศพนั้น.
มีอีกาตัวหนึ่งมาสอนกอบีล ถึงวิธีการที่จะปกปิดร่างของพี่น้องของเขา นี่ถือเป็นความเมตตา
ของอัลเลาะห์ที่มอบให้แก่บ่าวของพระองค์ เพราะมนุษย์เมื่อเสียชีวิตไป และวิญญาณได้ขึ้นสู่องค์
อภิบาลของเขานั้น ร่างของเขาก็จะแข็งทื่อ ค่อยเปลี่ยนแปลง ขึ้นอืด และเน่าเหม็น นับเป็นความ
กรุณาของอัลเลาะห์ที่มีต่อลูกหลานของอาดัม ที่พระองค์ได้สอนพวกเขาให้รู้จักวิธีการฝังศพคนที่
เสียชีวิตไว้ใต้ดิน เพื่อไม่ให้เป็นภาพที่อุจจาดตาแก่ผู้พบเห็นและเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งแพร่โรคระบาด
และโรคร้ายแรงต่างๆ ที่สามารถแพร่กระจายสู่มนุษย์ได้จากซากศพที่ไม่ได้ฝังกลบอย่างมิดชิด.
ความโปรดปรานของอัลเลาะห์ที่ประทานให้แก่มนุษย์นั้นก็ใหญ่หลวงเช่นกัน อัลเลาะห์ได้
ส่งอีกาสีดำสองตัวมา มันทั้งสองตัวได้มาอยู่ในระยะที่กอบีลจะมองเห็น และได้ต่อสู้กันและตัวหนึ่ง
ได้เอาชนะอีกตัวหนึ่งได้และได้ฆ่ามันตาย แต่มันมิได้มีความลังเลเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับกอบีล ที่
แบกร่างพี่น้องของเราโดยไม่รู้ว่าจะจัดการกับศพนั้นอย่างไร บัดนี้เบื้องหน้าของกอบีลมีภาพที่
น่าแปลกประหลาดเกิดขึ้น นั่นก็คืออีกาตัวที่ชนะได้ใช้จงอยปากของมันลากอีกาตัวที่ตายไปยังหลุม
ที่มันได้ขุดขึ้นด้วยเล็บของมันก่อนหน้านี้ แล้วเอาอีกาตัวที่ตายใส่ลงไปในหลุมนั้น แล้วมันก็คุ้ยดิน
กลบ การกระทำของอีกานี้เป็นบทเรียนแก่มนุษย์ทั้งหมด ไม่ใช่เป็นบทเรียนแก่กอบีลเท่านั้น กอบีล
เห็นอีกาฝังศพของอีกาตัวที่มันฆ่าตาย … เขาจึงพูดว่า : “ ช่างน่าอนาถ ฉันจะไม่สามารถทำได้
เหมือนเช่นที่อีกาตัวนี้ทำหรือ เพื่อฉันจะได้กลบร่างพี่น้องของฉัน “ (อัลมาอิดะห์ :31)
กอบีลรู้สึกเสียใจแต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เขาตรอมใจจนในที่สุดก็เสียชีวิตไปอีกคน หนึ่ง
ชัยตอน ชนะในสมรภูมิที่เกิดขึ้นระหว่างมันกับลูกหลานของอาดัม, อาดัมเสียใจที่บุตรชาย ซึ่งเป็น
คนดีมีคุณธรรมต้องจบชีวิตลง แต่เขาเป็นผู้มีศรัทธาต่อกำหนดของอัลเลาะห์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และ
เกรียงไกร และศรัทธาว่ามนุษย์ทุกคนมีกำหนดความตายที่แน่นอนอยู่แล้ว “ เมื่อกำหนดความตาย
ของพวกเขามาถึง พวกเขาจะขอประวิงเวลาออกไป หรือร่นกำหนดเข้ามาไม่ได้ “
(อัลอะอ์รอฟ : 34)
ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ผืนแผ่นดินเต็มไปด้วยลูกหลานของอาดัม จนมีจำนวนนับล้านๆ คน
กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนผืนปฐพีแห่งนี้ ซึ่งทั้งหมดนั้นมีมาจากต้นตอเดียวกัน มาจากคนๆ เดียว
คือ อาดัม … มนุษย์คนแรก ผู้เป็นบรรพบุรุษของมวลมนุษยชาติ.
จบชีวประวัติของท่านนบีอาดัม (อ.ล)
ต่อไปเป็นชีวประวัติของนบีอิดรีส (อ.ล)
บทความทั่วไป
การปะปนและพบปะผู้หญิงในระหว่างการทำงาน
๐๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:90

๑๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:112
๑๗-๐๕-๒๕๕๕ Hits:34
(تيسير مصطلح الحديث) “ทำให้วิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษเป็นเรื่องง่าย”
บทนำ
6--3- หนังสือที่แพร่หลายในวิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษ ๐๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:714 | การแบ่งคอบัรโดยพิจารณาการที่คอบัรตกทอดมาถึงพวกเรา | ฮะดีษที่ถูกรับรอง
6-9- اَلصَّحِيْح (ฮะดีษซอเฮียะฮ์)
๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:656
6--10- اَلْحَسَنُ (ฮะดีษ ฮะซัน) ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:681
6--11- (صَحِيْح لِغَيْرِهِ) ซอเฮียะฮ์เพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:719
6-12- (حَسَن لِغَيْرِهِ) ฮะซันเพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:710
6-13- คอบัรอาฮาดที่ถูกรับรองซึ่งแวดล้อมด้วยหลักฐานประกอบอื่นๆ
๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:697 |
การถือศิลอดประวัตินิติศาสตร์อิสลาม |
ประเด็นทางการแพทย์
ประวัติศาสตร์ คอลีฟะห์สี่สิบฮะดีษ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1167 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1195
6- ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1240 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1135 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1499 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3164 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3374 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3748 ราชวงศ์อุมัยยะฮ์๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1252
7-มัรวานที่ 2 และการโค่นล้มของราชวงศ์อุมัยยะฮ์. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1323
6-สมัยของยะซิดที่ 2 และฮิชาม ( Hisham ). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1144
5-อุมัรที่ 2 (ฮ.ศ.99-101 ค.ศ.717-720). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1212
4-วะลีดที่ 1 (Walid 1) และสุลัยมาน (Sulaiman). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1160
3-มัรวาน(Marwan)และอับดุลมาลิก(Abdul Malik)(ฮ.ศ.64-66 ค.ศ683-685). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1344
2-สมัยของยะซิดและมุอาวิยะฮ์ที่ 2. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1268 ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1220 4-ราชวงค์อับบาซี่ยะห์
::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:370
::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ). ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:553
21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid ) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:523
20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:517
19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:555 news pro 4 test๒๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3512 ๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4169 | news pro 4 test (2)๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4739 |
ขัดเกลาจิตใจ
Copyright © 2011 ---.
All Rights Reserved.
บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)













