นิยาม วิชาอุลูมุ้ลกุรอาน, เนื้อหา,
และประโยชน์ของวิชานี้
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3916
2.ตำราต่างๆ ในวิชา อุลูมุ้ลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3679
3. คำนิยามของอัลกุรอานุ้ลกะรีม นามชื่อของอัลกุรอาน
และเป้าหมายของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3031
4. อายะห์และซูเราะห์ของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:5179
5. ข้อความแรกและสุดท้ายจากอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3592
6-อัลกุรอานที่เป็นมักกีย์และมะดะนีย์
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3544
7.เหตุใดอัลกุรอานจึงถูกทยอยประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3299
8. การรวบรวมอัลกุรอานและการติดตามอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4791
9.สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4778
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3815
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4260
12.จากด้านบัญญัติศาสนาในอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3550
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2713
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2669
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2256
มี 27 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์
บทความล่าสุด
- ริยาดุซซอลิฮีน บทที่203-215
- ::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
- ::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ).
- 21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid )
- 20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi)
- 19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
- สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
- Muhammad: Legacy of a Prophet
- อิสลามในอเมริกาก่อนโคลัมบัส
- อิสมาอีล (อ.ล) ตอนที่ 2
ตัวอย่างของฮะดีษซอเฮียะฮ์ :
4- ตัวอย่างของฮะดีษซอเฮียะฮ์ :
คือฮะดีษที่ท่านบุคอรีย์ ได้นำอกรายงานในหนังสือซอเฮียะฮ์ของท่านโดยท่านได้กล่าวว่า :
(( حدثناعبداللهبنيوسفقالأخبرنامالكعنابنشهاب عنمحمدبنجبيربنمطعمعنأبيهقالسمعتُرسولَالله صلىاللهعليهوسلمقَرَأَفِيالمغربِبِالطورِ))رواهالبخاري
“อับดุลเลาะห์ บุตร ยูซุฟ ได้เล่าให้พวกเราฟังโดยกล่าวว่า มาลิกได้บอกพวกเรา จาก อิบนิซิฮาบ จาก
มุฮำหมัด อิบนิญุบัยร์ บุตร มุตอิม จากบิดาของเขา (คือญุบัยร์) ได้กล่าวว่า : ข้าพเจ้าได้ยินท่านรอซูลุ้ลเลาะห์
(ซ.ล.) อ่านซูเราะห์อัตตูร ในละหมาดมักริบ”(รายงานโดยบุคอรี : ภาค การอะซาน)
ดังนั้นฮะดีษนี้เป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์เพราะ :
ก) สายรายงานติดต่อกัน :เนื่องจากนักรายงานแต่ละคนได้ยินฮะดีษนี้มาจากครูของตน ส่วนการใช้คำ
ว่า عَنْ “จาก”ในสายรายงานที่เรียกว่า “อันอะนะห์”(عَنْعَنَة) (อันอะนะห์ : คือการรายงานฮะดีษจากครูโดย
ใช้คำว่า عَنْ“จาก ” ซึ่งต่อไปจะได้อธิบายอย่างละเอียดถึงข้อกำหนดของ อันอะนะห์ ในหัวข้อเรื่องฮะดีษ มุอัน
อัน : ผู้เรียบเรียง) ของมาลิก อิบนุซิฮาบ และอิบนิยุญุบัยร์ ให้ถือว่าเป็นสายรายงานที่ติดต่อกันเพราะคนเหล่านี้
จะไม่รายงานโดยข้ามครูของตนไปที่เรียกว่า تَدْلِيْس “ตัดลีส”
ข , ค ) และเพราะนักรายงานแต่ละคนเป็ผู้มีคุณธรรมและมีความจำแม่นยำ :และต่อไปนี้คือคุณสมบัติ
ของพวกเขาตามทรรศนะของงนักวิชาการวิเคราะห์ด้านเสียและด้านดีของนักรายงาน .
1- อับดุลเลาะห์ บุตร ยูซุฟ : ثِقَةٌ،مُتْقِنٌ “ไว้ใจได้ ละเอียดถี่ถ้วน”.
2- มาลิก บุตร อะนัส : إِمَامٌ،حَافِظٌ “อิหม่าม(ผู้นำ), นักจำฮะดีษ .
3- อิบนุซิฮาบ อัซซุห์รีย์ : فَقِيْهٌ،حَافِظٌ،مُتْقِنٌعَلَىجَلاَلَتِهِوإِتْقَانِه มีความเข้าใจ เป็นนักจำ
ฮะดีษ เป็นที่ยอมรับกันในความยิ่งใหญ่ของเขา และละเอียดถี่ถ้วน .
4- มุฮำหมัด บุตร ยุบัยร์ : ثِقَةٌ “ไว้ใจได้”.
5- ญุบัยร์ บุตร มุตอิม : صَحَابِيٌّ “เป็นซอฮาบะห์”.
ง) และเพราะไม่ใช่เป็นฮะดีษ ชาด : เนื่องจากไม่มีสิ่งใดที่เหนือกว่ามาขัดแย้ง .
จ) และเพราะเป็นฮะดีษที่ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ จากบรรดาข้อบกพร่องทั้งหลาย .
5- ข้อกำหนดของฮะดีษซอเฮียะฮ์ :
จำเป็นต้องปฏิบัติตามฮะดีษซอเฮียะฮ์ โดยมติของนักวิชาการฮะดีษ และบุคคลที่เชื่อถือได้จาก
นักวิชาการรากฐานนิติศาสตร์ และนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ , และถือเป็นหลักฐานหนึ่งจาก บรรดหลักฐานของ
ศาสนา , ที่มุสลิมไม่อาจละเลยได้ .
6- ความมุ่งหมายในคำพูดนักวิชาการที่กล่าวว่า :هَذَاحَدِيْثصَحِيْح“นี่เป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์”หรือ
هَذَاحَدِيْثغَيْرُصَحِيْح “นี่ไม่ใช่ฮะดีษซอเฮียะฮ์” :
(ก) ความมุ่งหมายของนักวิชาการที่กล่าวว่า :هَذَاحَدِيْثصَحِيْح“นี่เป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์”นั้น
หมายความว่าเงื่อนไขทั้งห้าประการของฮะดีษซอเฮียะฮ์ได้เกิดขึ้นแล้วในฮะดีษนี้ ไม่ได้หมาย ความว่าความเป็น
จริงมันจะเป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์โดยเด็ดขาดแน่นอน ทั้งนี้เพราะอาจเป็นไปได้ที่จะเกิดการผิดพลาดและหลงลืม
กับผู้ที่ไว้ใจได้ในการรายงาน .
ข) ความมุ่งหมายของนักวิชาการที่ว่า : (هَذَاحَدِيْثغَيْرُصَحِيْح) “นี่ไม่ใช่ฮะดีษซอเฮียะฮ์” นั้นหมายความว่า
เงื่อนไขของฮะดีษซอเฮียะฮ์ทั้งห้าประการ หรือบางส่วนไม่ได้เกิดขึ้นในฮะดีษนี้ ไม่ได้หมายความว่าในความ
เป็นจริงมันจะเป็นเรื่องโกหก เพราะคนที่ผิดพลาดมากๆอาจจะพูดถูกก็ได้ (ดู ตัดรีบุดรอวีย์ เล่ม 1 หน้าที่ 75-76 )
7- จะกำหนดลงไปได้ใหมว่าสายรายงานใดซอเฮียะฮ์ที่สุด อย่างไม่มีเงื่อนไข ?
ที่ถูกต้องแล้วไม่อาจกำหนดลงไปได้ว่าสายรายงานใดซอเฮียะฮ์ที่สุดอย่างไม่มีข้อแม้เพราะความเหลื่อม
ล้ำของลำดับขั้นการเป็นซอเฮียะฮ์นั้น ขึ้นอยู่กับสายรายงานฮะดีษว่าจะสามารถครอบคลุมถึงเงื่อนไขในการเป็น
ซอเฮียะฮ์ได้เพียงใด และน้อยมากที่จะพบขั้นสูงสุดอยู่ในเงื่อนไขซอเฮียะฮ์ทั้งหมด ทางที่ดีแล้วไม่ควรกำหนด
ลงไปอย่างตายตัวว่าสายรายงานใดซอเฮียะฮ์ที่สุด อย่างไม่มีข้อแม้ , ทั้งที่เป็นเช่นนี้ก็ยังมีผู้นำเอาคำพูดของผู้นำ
บางท่านที่กล่าวในเรื่องสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์ที่สุด มาถ่ายทอดไว้และตามที่ปรากฏแล้วผู้นำทุกคนก็ได้ให้
น้ำหนักแก่สายรายงานที่ตนเห็นว่าแข็งแรง , ส่วนหนึ่งจากทรรศนะเหล่านั้นที่เห็นว่าสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์ที่สุด
คือ :
ก) الزهريعنسالمعنأبيه “ซุห์รีย์ จาก ซาล็ม จากบิดาของเขา” (คืออับดุลเลาะห์ บุตร อุมัร
บุตร คอตตอบ) เป็นทรรศนะของ อิสฮาก บุตร รอฮุวัยฮ์ และอะห์หมัด .
ข) ابنسيرينعنعبيدةعنعلي “อิบนุซีรีน จาก อุบัยดะห์ จากอะลี” (คืออะลี บุตร อะบี
ตอลิบ) เป็นทรรศนะของ อิบนุ้ลมะดีนะห์ และ ฟัลลาซ .
ค) الأعمشعنابراهيمعنعلقمةعنعبدالله“อะอ์มัช จาก อิบรอฮีม จาก อัลกอมะห์ จาก
อับดิ้ลลาห์” (คืออับดุลเลาะห์ บุตร มัสอูด) เป็นทรรศนะของ อิบนุ มุอีน .
ง) الزهريعنعليبنالحسينعنأبيهعنعلي “ซุห์รีย์ จากอะลี บุตร ฮุเซ็น จากบิดาของเขา
จากอะลี” เป็นทรรศนะของอะบูบักร์ บุตร อะบี ชัยบะห์ .
จ) مالكعننافععنابنعمر“มาลิก จากนาเฟียะอ์ จาก อิบนิอุมัร”เป็นทรรศนะของบุคอรี .
8- หนังสือเล่มใดเป็นหนังสือเล่มแรกที่มีฮะดีษซอเฮียะฮ์แต่เพียงอย่างเดียว :
หนังสือเล่มแรกที่มีฮะดีษซอเฮียะฮ์แต่เพียงอย่างเดียวคือหนังสือ ซอเฮียะฮ์บุคอรี ต่อมาได้แก่ ซอเฮียะฮ์
มุสลิม หนังสือทั้งสองเล่มนี้ถือเป็นหนังสือที่มีความถูกต้องมากที่สุดรองจากคัมภีร์อัลกุรอาน และประชาชาติ
มุสลิมมีมติให้การยอมรับหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าว .
ก) ระหว่างหนังสือสองเล่มนั้น เล่มใดซอเฮียะฮ์กว่ากัน :ซอเฮียะฮ์บุคอรี ถือว่า ซอเฮียะฮ์ที่สุด และมี
ประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้เพราะฮะดีษบุคอรีมีสายรายงานที่ติดต่อกันยิ่งกว่า และนักรายงานแต่ละคนไว้ใจได้
มากกว่า และเพราะซอเฮียะฮ์บุคอรีมีข้อวินิจฉัยทางด้านนิติศาสตร์ และหัวข้อเรื่องที่เร้าความอยากรู้ ซึ่งไม่มีอยู่
ในซอเฮียะฮ์มุสลิม .
และที่ว่าซอเฮียะฮ์บุคอรีเหนือกว่าซอเฮียะฮ์มุสลิมนี้ก็โดยการพิจารณาภาพรวม เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว
ก็จะพบว่ามีบางฮะดีษในมุสลิมแข็งแรงกว่าบางฮะดีษในบุคอรี .
และมีบางทรรศนะกล่าวว่า : ซอเฮียะฮ์มุสลิมเหนือกว่าซอหียะห์บุคอรี แต่ที่ถูกต้องคือทรรศนะแรก .
ข) หนังสือทั้งสองได้รวบรวมฮะดีษซอเฮียะฮ์ไว้ทั้งหมด หรือติดตามอยู่กับฮะดีษซอเฮียะฮ์ใช่ใหม ?
บุคอรีและมุสลิม ไม่ได้รวบรวมฮะดีษซอเฮียะฮ์ทั้งหมดไว้ในหนังสือซอเฮียะฮ์ของท่านทั้งสองและ
ไม่ได้ติดตามอยู่กับฮะดีษซอเฮียะฮ์ , ดังท่านบุคอรีได้กล่าวว่า : “ข้าพเจ้าไม่ได้บรรจุไว้ในหนังสือของข้าพเจ้า
“อัลยาเมียะอฺ” นี้นอกจากฮะดีษที่ซอเฮียะฮ์ และข้าพเจ้าได้ทิ้งฮะดีษซอเฮียะฮ์เป็นจำนวนมาก เพราะกลัวจะยาว”
(ในบางรายงานว่า ”ความยาวจะทำให้เบื่อ”หมายความว่าท่านบุคอรีได้ทิ้งการรายงานฮะดีษซอเฮียะฮ์เป็น
จำนวนมาก โดยไม่ได้บรรจุไว้ในหนังสือของท่าน เพระจะทำให้หนังสือยืดยาว และทำให้ผู้คนเบื่อหน่าย:
ผู้เรียบเรียง)
และมุสลิมได้กล่าวว่า : “ ไม่ใช่ทุกฮะดีษซอเฮียะฮ์ที่ข้าพเจ้ามี จะบรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนี้ แต่ที่ข้าพเจ้า
บรรจุไว้นั้นเป็นฮะดีษที่นักวิชาการได้มติกันแล้ว ” (หมายความว่าฮะดีษที่มุสลิมมีอยู่นั้นมีเงื่อนไขการเป็นฮะดีษ
ซอเฮียะฮ์ ที่เป็นมติของนักวิชาการ:ผู้เรียบเรียง)
ค) ฮะดีษซอเฮียะฮ์ได้ขาดไปจากหนังสือทั้งสองเล่มมากหรือน้อย?
1- ท่านฮาฟิซ อิบนุ้ลอัครอม ได้กล่าวว่า : ไม่ได้ขาดหายไปจากหนังสือทั้งสองเล่มนอกจากจำนวนเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น , แต่คำพูดเช่นนี้ได้ถูกปฏิเสธ .
2- ที่ถูกต้องแล้วยังมีฮะดีษซอเฮียะฮ์อีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในหนังสือซอเฮียะฮ์ทั้งสอง
เล่มนั้น , ได้รายงานจากท่านบุคอรี กล่าวว่า : สิ่งที่ข้าพเจ้าทิ้งไปจากฮะดีษซอเฮียะฮ์นั้นมีเป็นจำนวนมาก ”และ
ท่านบุคอรีได้กล่าวว่า : ข้าพเจ้าท่องจำหนึ่งแสนฮะดีษที่ซอเฮียะฮ์ และอีกสองแสนฮะดีษที่ไม่ซอเฮียะฮ์” (ดู
หนังสืออุลูมุ้ลฮะดีษ หน้า 16)
ง) มีฮะดีษจำนวนเท่าไร ในหนังสือแต่ละเล่มจากหนังสือซอเฮียะฮ์ทั้งสอง
1- หนังสือซอเฮียะฮ์บุคอรี มีฮะดีษทั้งสิ้น เจ็ดพันสองร้อยเจ็ดสิบห้าฮะดีษ รวมทั้ฮะดีษที่ซ้ำกัน ถ้าไม่
รวมฮะดีษที่ซ้ำกันจะมีจำนวน สี่พันฮะดีษ .
2- หนังสือซอเฮียะฮ์มุสลิมมีฮะดีษทั้งสิ้นหนึ่งหมื่นสองพันฮะดีษ รวมทั้งฮะดีษที่ซ้ำกัน ถ้าไม่นับที่ซ้ำ
กันจะมีจำนวนประมาณสี่พันฮะดีษ .
จ) เราจะสามารถพบฮะดีษซอเฮียะฮ์จำนวนที่เหลือจากที่บุคอรีและมุสลิมนำมาบรรจุไว้ในหนังสือทั้ง
สองของท่านได้จากที่ใด
เราจะสามารถพบฮะดีษซอเฮียะฮ์ที่เหลือได้จากหนังสือต่างๆ ที่ถูกรับรองแล้วและมีอย่างแพร่หลาย
เช่นหนังสือซอเฮียะฮ์ ของอิบนุฮิบบาน(صحيحابنحبان) , ซอเฮียะฮ์อิบนุคุซัยมะห์ (صحيحابنخزيمة)
,มุสตัดรอก ของ ฮากิม (مستدركالحاكم), และหนังสือสุนันทั้งสี่ (อันได้แก่ สุนันอะบีดาวูด สุนันติรมีซี
สุนันนะซาอี และสุนันอิบนุมายะห์) และสุนัน ดารุกุตนีย์ และบัยหะกีย์ เป็นต้น .
จะยังไม่พอเพียงที่พบฮะดีษอยู่ในหนังสือเหล่านี้แล้ว จะตัดสินลงไปว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์ แต่
จำเป็นต้องอาศัยการชี้ชัดลงไปว่ามันเป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์ด้วย , นอกจากจะพบในหนังสือที่ตั้งเงื่อนไขไว้ว่าจะ
นำเอาแต่ฮะดีษซอเฮียะฮ์เท่านั้นมาบรรจุไว้ เช่นหนังสือซอเฮียะฮ์ อิบนุคุซัยมะห์ เป็นต้น .
9- คำวิจารณ์หนังสือ มุสตัดรอก ของ ฮากิม, ซอเฮียะฮ์ อิบนุคุซัยมะห์ และซอเฮียะฮ์ อิบนุฮิบบาน
ก)مستدركالحاكم“หนังสือ มุสตัดรอก ของ ฮากิม”:เป็นหนังสือขนาดใหญ่เล่มหนึ่ง จากบรรดา
หนังสือฮะดีษ , ผู้เรียบเรียงได้นำมาบรรจุในหนังสือเล่มนี้ด้วยฮะดีษซอเฮียะฮ์ ตามเงื่อนไขของบุคอรีและมุสลิม
หรือตามเงื่อนไขของคนใดคนหนึ่งจากทั้งสอง โดยที่ทั้งสองท่าน ไม่ได้นำออกรายงานไว้ในหนังสือของท่าน
ทั้งสอง , และเช่นเดียวกันท่านก็ได้นำเอาฮะดีษที่ถือว่าซอเฮียะฮ์ สำหรับท่านมาบรรจุไว้อีกด้วยแม้จะไม่ได้ตาม
เงื่อนไขของคนใดคนหนึ่งจากทั้งสองก็ตาม , โดยท่านจะใช้สำนวนว่าเป็นฮะดีษที่มีสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์ , แต่
บางคราวท่านก็กล่าถึงบางฮะดีษที่ไม่ใช่ฮะดีษซอเฮียะฮ์ โดยได้กล่าวเตือนเอาไว้ และท่านมักหละหลวมในการ
ตัดสินฮะดีษซอเฮียะฮ์ , ทางที่ดีแล้วควรต้องติดตามและชี้ชัดลงไปตามสภาพที่เหมาะสมของแต่ละฮะดีษ , ท่าน
ซะฮะบีย์ได้ติดตามดูฮะดีษของท่าน ฮากิม และได้ชี้ชัดลงไปที่หะดีษเป็นจำนวนมากตามที่เหมาะสมแก่สภาพ
ของมัน หนังสือเล่มนี้ยังต้องการการจรวจสอบและเอาใจใส่.(บัดนี้ ดร. มะห์มูด อัลมีเราะห์ ได้ติดตามฮะดีษใน
หนังสือ มุสตัดรอก ที่ท่าน ซะฮะบีย์ ยังไม่ได้ตัดสิน ตามสภาพที่เหมาะสม และมีความตั้งใจที่จะจัดพิมพ์).
ข) صحيحابنحبان(ซอเฮียะฮ์ อิบนุ ฮิบบาน) : หนังสือเล่มนี้การเรียบเรียงเป็นไปอย่างน่าฉงนยิ่ง
ไม่ใช่การเรียบเรียงตามลำดับบท และไม่ใช่เรียบเรียงตามสายรายงาน ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า
(التقاسيموالأنواع)“ แบ่งเป็นแผนกๆและประเภทๆ ”การค้นหาฮะดีษในหนังสือเล่มนี้มีความลำบากอย่าง
ยิ่งยวด และมีนักวิชาการรุ่นหลังได้เรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ขึ้นใหม่แล้วตามลำดับบท (คือ อะมีร อะลาอุดดีน
อะบุ้ลฮะซัน อะลี บุตร บัลบาน เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 739 และตั้งชื่อว่า الإحسانفيتقريبصحيحابنحبان
(อัลเอียะฮ์ซาน ฟี ตักรีบ อิบนิ ฮิบบาน)
ท่านอิบนุอิบบานเป็นคนที่หละหลวมในการตัดสินฮะดีษซอเฮียะฮ์ แต่ก็ยังมีความหละหลวมน้อยกว่า
ท่านฮากิม(ดู ตัดรีบุรรอวีย์ เล่มหนึ่ง หน้า 109) .
ค) صحيحابنخزيمة(ซอเฮียะฮ์ อิบนุ คุซัยมะห์) : เป็นหนังสือที่จัดเข้าอยู่ในลำดับสูงกว่า หนังสือ
ซอเฮียะฮ์ อิบนุ ฮิบบาน เพราะมีความรอบคอบมากกว่า ถึงขนาดที่เขาจะไม่ชี้ชัดว่าเป็น ฮะดีษซอเฮียะฮ์ ถ้าหากมี
คำวิจารณ์เพียงเล็กน้อยในสายรายงาน. (ดู ตัดรีบุรรอวีย์ เล่มหนึ่ง หน้า 109)
10- المستخرجاتعلىالصحيحينหนังสือเทียบสายรายงานกับสายรายงานของบุคอรีและมุสลิม :
ก) เนื้อหาของหนังสือเทียบสายรายงาน :
คือผู้เรียบเรียงจะมายังหนังสือเล่มหนึ่งจากบรรดาหนังสือฮะดีษ และจะนำฮะดีษของหนังสือเล่มนั้น
ออกรายงานด้วยสายรายงานของเขาเองที่ไม่ใช่สายของเจ้าของหนังสือ แต่สายรายงานจะรวมกันกับสายของ
เจ้าของหนังสือที่ครูของเขาหรือคนที่เหนือขึ้นไป .
ข) หนังสือเทียบสายรายงานกับสายรายงานของบุคอรีและมุสลิมที่แพร่หลาย :
1- المستخرجلأبيبكرالاسماعيليعلىالبخاري“หนังสือเทียบสายรายงาน ของอะบูบักร์
อัลอิสมาอีลีย์ เทียบกับสายรายงานของ บุคอรี”
2- المستخرجلأبيعوانةالاسفرايينيعلىمسلم “หนังสือเทียบสายรายงานของ อะบู
อุวานะห์ อัลอิสฟิรอยินีย์ เทียบกับสายรายงานของ มุสลิม”
3- المستخرجلأبينعيمالأصفهانيعلىكلمنهما “หนังสือเทียบสายรายงานของ อะบูนุอัยม์
อัลอัชฟะฮานีย์ เทียบกับสายรายงานของบุคอรีและมุสลิม”.
ค) จำเป็นหรือไม่ที่เจ้าของหนังสือเทียบสายรายงานจะต้องนำถ้อยคำมาให้ตรงกับถ้อยคำของ บุคอรี
และมุสลิม.
ผู้เรียบเรียงหนังสือเทียบสายรายงานไม่จำเป็นต้องตรงกับบุคอรีและมุสลิม ในด้านถ้อยคำ เนื่องจากพวก
เขาจะถ่ายทอดตามถ้อยคำที่ตกทอดมาถึงพวกเขาจากสายครูของพวกเขา ดังนั้นจึงพบว่ามีความแตกต่างกัน
เล็กน้อยในบางถ้อยคำ
และในทำนองเดียวกันนี้ฮะดีษที่ผู้เรียบเรียงยุคก่อน ได้นำออกรายงานไว้ในหนังสือที่เป็นเอกเทศของ
พวกเขา อาทิเช่นท่าน บัยฮะกีย์ และท่าน บุฆ์วีย์ (البغوي)ที่กล่าวว่า “รายงานฮะดีษนี้โดยท่านบุคอรี”
(رواهالبخاري)หรือ “รายงานฮะดีษนี้โดยท่านมุสลิม”(رواهالبخاري) ความจริงมีบางฮะดีษที่แตกต่างกัน
ในด้านความหมายและถ้อยคำ , ความมุ่งหมายแท้จริงของพวกเขาที่กล่าวว่า “ฮะดีษนี้รายงานโดยบุคอรีและ
มุสลิม” ก็คือท่านทั้งสองได้รายงานต้นตอของฮะดีษนั้นๆ .
ง) จะยินยอมให้ถ่ายทอดฮะดีษจากหนังสือ เทียบสายรายงานหรือไม่ โดยอ้างว่าเป็นฮะดีษที่รายงานโดย
บุคอรีและมุสลิม
อาศัยหลักการดังกล่าวข้างต้น ไม่ยินยอมให้ผู้ใดถ่ายทอดฮะดีษจากหนังสือเทียบสายรายงาน โดยกล่าว
ว่าเป็นฮะดีษที่รายงานโดยบุคอรีหรือมุสลิม นอกจากต้องประกอบด้วยหนึ่งจากสองประการนี้ :
1- ต้องนำฮะดีษนั้นไปตรวจสอบกับรายงานของบุคอรีและมุสลิม
2- หรือเจ้าของหนังสือเทียบสายรายงาน หรือผู้เรียบเรียงได้กล่าวว่า “บุคอรีและมุสลิม ได้นำออก
รายงานโดยใช้ถ้อยคำเดียวกัน”
จ) ประโยชน์ของหนังสือเทียบสายรายงานที่เทียบกับสายของบุคอรีและมุสลิม :
สำหรับหนังสือที่เทียบสายรายงานกับบุคอรีและมุสลิมนั้น มีประโยชน์มากมายเกือบสิบประการ ตามที่
ท่าน ซุยูตีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัตตัดรีบ ของท่าน และต่อไปนี้จะได้กล่าวถึงประโยชน์ที่สำคัญๆของมันคือ :
1- عُلُوُّاْلإِسْنَادِ(สายรายงานสูง) : คือสายรายงานที่มีผู้รายงานน้อยเพราะผู้เรียบเรียงถ้าหากเขารายงาน
ฮะดีษหนึ่งจากสายของบุคอรีเป็นต้น สายรายงานก็จะต่ำกว่า (คือมีผู้รายงานมากกว่า) สายที่เขาใช้รายงานใน
หนังสือเทียบสายรายงาน
2-اَلزِّيَادَةُفِيقَدَرِالصحيحِ (เพิ่มคุณค่าของฮะดีษซอเฮียะฮ์) : เพราะจะเกิดถ้อยคำเพิ่มเติม และ
ครบถ้วนสมบูรณ์ในบางฮะดีษ .
3-القُوَّةُبِكَثرةِالطُّرُقِ(แข็งขึ้นเพราะมีหลายสายรายงาน) : ประโยชน์ข้อนี้จะนำไปใช้ในการให้
น้ำหนัก (الترجيح) ในกรณีที่ฮะดีษขัดแย้งกัน
11- ฮะดีษอย่างใดที่ถูกตัดสินว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์ จากฮะดีษที่รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม ?
ดังได้กล่าวมาแล้วว่าบุคอรีและมุสลิม ไม่ได้บรรจุไว้ในหนังสือซอเฮียะฮ์ของเขาทั้งสองนอกจากฮะดีษ
ที่ซอเฮียะฮ์เท่านั้น และประชาชาติอิสลามก็ได้ให้การยอมรับหนังสือทั้งสองเล่มนั้นแล้ว ดังนั้นอะไรคือฮะดีษที่
ถูกกำหนดว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์ และที่ประชาชาติอิสลามได้ให้การยอมรับ .
คำตอบก็คือ : ฮะดีษที่บุคอรีและมุสลิมได้รายงาน โดยมีสายรายงานที่ติดต่อกัน ก็คือฮะดีษที่ถูกตัดสินว่า
เป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์ ส่วนฮะดีษที่มีสายรายงานขาดหายไปคนหนึ่งหรือมากว่าหนึ่ง ในตอนต้นของสายรายงาน
ที่เรียกในคำเฉพาะว่า (مُعلَّق)“ฮะดีษมุอั้ลลัก”ซึ่งพบเป็นจำนวนมากในซอเฮียะฮ์บุคอรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
หัวข้อเรื่องของแต่ละบท (تراجمالأبواب)และในคำนำของบทต่างๆ (مقدماتالأبواب) แต่จะไม่มีฮะดีษ
ประเภทนี้อยู่ในเนื้อหาของแต่ละบทเลย ส่วนในซอเฮียะฮ์มุสลิมนั้นจะไม่พบฮะดีษประเภทนี้เลยยกเว้นเพียง
ฮะดีษเดียวเท่านั้น ในบทที่ว่าด้วยเรื่อง ตะยัมมุม ซึ่งมุสลิมไม่ได้นำสายรายงานอย่างติดต่อกันของฮะดีษนี้มาไว้
ในที่อื่น ดังนั้นข้อกำหนดของฮะดีษ มุอั้ลลัก ก็จะเป็นไปตามรายละเอียดดังนี้ :
ก) ฮะดีษ มุอั้ลลัก ที่รายงานโดยใช้คำพูดแบบเด็ดขาด (صِيْغَةُالْجَزْمِ): เช่นใช้คำว่า (قَالَ)“เขาได้พูด
ว่า” และ (أَمَرَ)“เขาได้ใช้ว่า” และ (ذَكَرَ) “เขาได้กล่าวว่า” ก็ให้ตัดสินว่าสิ่งที่ถูกพาดพิงไปถึงนั้น ซอเฮียะฮ์ .
ข) ฮะดีษ มุอั้ลลัก ที่รายงานโดยใช้คำพูดแบบไม่เด็ดขาด (صِيْغَةُالتمريضِ): เช่นใช้คำว่า (يُرْوَى)
“ถูกรายงานมาว่า” และ (يُذْكَرُ)“ถูกพูดว่า” และ (يُحْكَى)“ถูกเล่าว่า”หรือ (رُوِيَ)“ได้ถูกรายงานว่า” หรือ
(ذُكِرَ)“ได้ถูกเล่าว่า” เป็นต้น , ก็จะไม่ตัดสินว่าสิ่งที่ถูกพาดพิงถึงนั้น ซอเฮียะฮ์ ทั้งที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่พบว่ามีฮะดีษ
ที่อยู่ในขั้นอ่อนมากอยู่ในซอเฮียะฮ์บุคอรี เนื่องจากท่านบุคอรีไม่ได้นำฮะดีษเช่นนั้นมาบรรจุไว้ในหนังสือที่
เรียกว่า “ซอเฮียะฮ์”
12- ลำดับขั้นของฮะดีษซอเฮียะฮ์ :
ได้กล่าวมาก่อนแล้วว่ามีนักวิชาการบางท่านได้ชี้ชัดลงไปถึงสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์ที่สุด ดังนั้นถ้า
ดำเนินตามนี้ และเท่าที่จะมีเงื่อนไขต่างๆ ของฮะดีษซอเฮียะฮ์ได้ ก็จะสามารถกล่าวได้ว่าฮะดีษซอเฮียะฮ์นั้นมี
หลายลำดับขั้น.
ก) ลำดับขั้นสูงสุด คือฮะดีษที่รายงานโดยสายรายงานหนึ่งจากบรรดาสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์ที่สุด เช่น
สายรายงานของ มาลิก จาก นาเฟียะอ์ จากอิบนิอุมัร
ข) ขั้นต่ำกว่านั้น คือฮะดีษที่รายงานจากสายของบรรดานักรายงานที่ต่ำกว่าบรรดานักรายงานในสาย
รายงานแรก , เช่นการรายงานของ ฮัมมาด บุตร สะละมะห์ จาก ซาบิต บุตร อะนัส
ค) ขั้นต่ำกว่านั้น คือฮะดีษที่รายงานโดยบุคคลที่มีคุณสมบัติ ไว้ใจได้ น้อยที่สุด เช่นรายงานของ สุฮัยล์
บุตร อะบีซอลิห์ จากบิดาของเขา จาก อะบีฮุรอยเราะห์ .
และผนวกกับรายละเอียดนี้ฮะดีษซอเฮียะฮ์จะแบ่งออกเป็นเจ็ดลำดับขั้นคือ :
1- ฮะดีษที่รายงานตรงกันโดยบุคอรีและมุสลิม (ถือเป็นขั้นสูงสุด)
2- รองลงไปได้แก่ฮะดีษที่รายงานโดยบุคอรีเพียงผู้เดียว
3- รองลงไปได้แก่ฮะดีษที่รายงานโดยมุสลิมเพียงผู้เดียว
4-รองลงไปได้แก่ฮะดีษที่อยู่ในเงื่อนไขของบุคอรี และเงื่อนไขของมุสลิม แต่ท่านทั้งสอง
ไม่ได้ออกรายงาน.
5- รองลงไปได้แก่ฮะดีษที่อยู่ในเงื่อนไขของบุคอรีแต่ท่านไม่ได้นำออกรายงาน
6- รองลงไปได้แก่ฮะดีษที่อยู่ในเงื่อนไขของมุสลิมแต่ท่านไม่ได้นำออกรายงาน
7- รองลงไปได้แก่ฮะดีษที่ซอเฮียะฮ์ ตามทรรศนะของผู้นำในวิชาการฮะดีษนอกจากบุคอรี
และมุสลิม เช่น อิบนุคุซัยมะห์ อิบนุฮิบบาน จากบรรดาฮะดีษที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของ
บุคอรีและมุสลิม.
13- เงื่อนไขของบุคอรีและมุสลิม :
บุคอรีและมุสลิมไม่ได้แถลงเกี่ยวกับเงื่อนไขใดๆ ที่ท่านทั้งสองได้ตั้งขึ้นหรือได้เจาะจงไว้ เพิ่มเติมเกิน
กว่าเงื่อนไขที่ได้เห็นพ้องกันแล้วในเรื่องฮะดีษซอเฮียะฮ์ แต่ผลจากการติดตามและตรวจสอบของนักวิชาการ ทำ
ให้ทราบถึงสิ่งที่พวกเขาคาดกันว่าเป็นเงื่อนไขของบุคอรีและมุสลิมหรือของท่านหนึ่งท่านใด
และที่ดีที่สุดของสิ่งที่มีผู้กล่าวถึงในเรื่องนี้ก็คือ ความหมายที่ว่า เงื่อนไขของบุคอรีและมุสลิมหรือของ
คนหนึ่งคนใดนั้นก็คือ ฮะดีษที่ถูกรายงานด้วยสายของบรรดานักรายงานของซอเฮียะฮ์บุคอรีและมุสลิมหรือของ
หนังสือเล่มหนึ่งเล่มใด พร้อมทั้งรักษาวิธีการที่บุคอรีและมุสลิมใช้อยู่เป็นประจำในการรายงานจากบุคคล
เหล่านั้น.
14- ความหมายของคำพูดที่นักวิชาการกล่าวว่า : (مُتَّفَقٌعليه)“ ฮะดีษนี้รายงานตรงกัน ” :เมื่อนักวิชาการ
ฮะดีษได้กล่าวถึงฮะดีษหนึ่งว่า “ฮะดีษนี้รายงานตรงกัน” ความหมายของพวกเขาก็คือ บุคอรีและมุสลิมเห็นพ้อง
กันว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะฮ์ ไม่ใช่เป็นความเห็นพ้องกันของประชาชาติอิสลาม นอกจากท่าน อิบนุซซอลาห์ ที่ได้
กล่าวว่า : “แต่ความเห็นพ้องกันของประชาชาติอิสลามเป็นผลตามมาจากคำพูดดังกล่าวนั้น และได้เกิดขึ้นพร้อม
กับคำพูดดังกล่าว ทั้งนี้เพราะประชาชาติอิสลามได้มีมติให้การยอมรับฮะดีษที่รายงานตรงกันของบุคอรีและ
มุสลิม”(ดูอุลูมุ้ลฮะดีษ หน้า 24)
15- เป็นเงื่อนไขหรือไม่ ที่ฮะดีษซอเฮียะฮ์ ต้องเป็นฮะดีษ อะซีซ?
ที่ถูกต้องก็คือไม่มีเงื่อนไขว่าฮะดีษซอเฮียะฮ์ต้องเป็นฮะดีษ อะซีซด้วย ในความหมายที่ว่าต้องเป็นฮะดีษ
ที่มีสายรายงานสองสาย เพราะพบว่าในซอเฮียะฮ์บุคอรีและมุสลิมและหนังสืออื่นๆ มีฮะดีษซอเฮียะฮ์ที่เป็น
ฮะดีษ ฆอรีบ (คือฮะดีษที่มีสายรายงานเดียว) แต่มีนักวิชาการบางท่านเชื่อว่าต้องเป็นเช่นนั้น (คือฮะดีษซอเฮียะฮ์
ต้องเป็นฮะดีษที่มีสองรายงาน) เช่นทรรศนะของ อะบูอะลี อัลยะบาอีย์ อัลมัวะอฺตะซิลีย์ และท่านฮากิม และ
คำพูดของนักวิชาการบางท่านนี้ขัดกันกับที่เป็นความเห็นพ้องของประชาชาติอิสลาม.
บทความทั่วไป
การปะปนและพบปะผู้หญิงในระหว่างการทำงาน
๐๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:81

๑๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:105
๑๗-๐๕-๒๕๕๕ Hits:19
(تيسير مصطلح الحديث) “ทำให้วิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษเป็นเรื่องง่าย”
บทนำ
6--3- หนังสือที่แพร่หลายในวิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษ ๐๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:698 | การแบ่งคอบัรโดยพิจารณาการที่คอบัรตกทอดมาถึงพวกเรา | ฮะดีษที่ถูกรับรอง
6-9- اَلصَّحِيْح (ฮะดีษซอเฮียะฮ์)
๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:632
6--10- اَلْحَسَنُ (ฮะดีษ ฮะซัน) ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:661
6--11- (صَحِيْح لِغَيْرِهِ) ซอเฮียะฮ์เพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:698
6-12- (حَسَن لِغَيْرِهِ) ฮะซันเพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:689
6-13- คอบัรอาฮาดที่ถูกรับรองซึ่งแวดล้อมด้วยหลักฐานประกอบอื่นๆ
๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:668 |
การถือศิลอดประวัตินิติศาสตร์อิสลาม |
ประเด็นทางการแพทย์
ประวัติศาสตร์ คอลีฟะห์สี่สิบฮะดีษ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1147 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1182
6- ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1217 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1123 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1468 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3147 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3360 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3726 ราชวงศ์อุมัยยะฮ์๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1234
7-มัรวานที่ 2 และการโค่นล้มของราชวงศ์อุมัยยะฮ์. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1295
6-สมัยของยะซิดที่ 2 และฮิชาม ( Hisham ). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1116
5-อุมัรที่ 2 (ฮ.ศ.99-101 ค.ศ.717-720). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1194
4-วะลีดที่ 1 (Walid 1) และสุลัยมาน (Sulaiman). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1135
3-มัรวาน(Marwan)และอับดุลมาลิก(Abdul Malik)(ฮ.ศ.64-66 ค.ศ683-685). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1323
2-สมัยของยะซิดและมุอาวิยะฮ์ที่ 2. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1252 ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1205 4-ราชวงค์อับบาซี่ยะห์
::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:340
::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ). ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:521
21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid ) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:505
20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:491
19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:527 news pro 4 test๒๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3494 ๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4156 | news pro 4 test (2)๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4714 |
ขัดเกลาจิตใจ
Copyright © 2011 ---.
All Rights Reserved.
บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)













