นิยาม วิชาอุลูมุ้ลกุรอาน, เนื้อหา,
และประโยชน์ของวิชานี้
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3916
2.ตำราต่างๆ ในวิชา อุลูมุ้ลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3679
3. คำนิยามของอัลกุรอานุ้ลกะรีม นามชื่อของอัลกุรอาน
และเป้าหมายของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3031
4. อายะห์และซูเราะห์ของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:5178
5. ข้อความแรกและสุดท้ายจากอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3592
6-อัลกุรอานที่เป็นมักกีย์และมะดะนีย์
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3544
7.เหตุใดอัลกุรอานจึงถูกทยอยประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3299
8. การรวบรวมอัลกุรอานและการติดตามอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4791
9.สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4778
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3815
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4260
12.จากด้านบัญญัติศาสนาในอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3549
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2713
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2669
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2255
มี 31 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์
บทความล่าสุด
- ริยาดุซซอลิฮีน บทที่203-215
- ::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
- ::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ).
- 21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid )
- 20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi)
- 19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
- สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
- Muhammad: Legacy of a Prophet
- อิสลามในอเมริกาก่อนโคลัมบัส
- อิสมาอีล (อ.ล) ตอนที่ 2
9-สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
9.สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
9-สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
1- พวกซอฮาบะห์เห็นสิ่งที่รอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล)ปฏิบัติอยู่เป็นประจำอันได้แก่การจดจำอัลกุรอาน การ
ปฏิบัติตามข้อใช้และข้อห้ามของอัลกุรอาน การดังกล่าวทำให้พวกเขาถือว่าอัลกุรอานเป็นสิ่งที่จะต้องให้
ความสำคัญเป็นลำดับแรก พวกเขาจึงแข่งขันกันท่องและจดจำอัลกุรอาน และชิงกันทบทวนและทำ
ความเข้าใจ, และถือเอาจำนวน อัลกุรอานที่จดจำได้เป็นเครื่องวัดเกียรติยศของพวกเขา…
มีบางคนที่ไม่อาจไปรับฟังอัลกุรอานจากท่านนบี(ซ.ล) ได้ด้วยตนเอง เขาจะมอบหมายให้คนอื่นไป
รับฟังจากท่านนบีและกลับมาอ่านให้เขาฟัง.
2- และยังมีแรงจูงใจอีกหลายประการที่ช่วยให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอานที่สำคัญได้แก่:
(ก) แบบอย่างที่ดีที่มีต้นแบบจากท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) พวกเขาเห็นท่านมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง
ต่ออัลกุรอานจึงเป็นแรงกระตุ้นให้พวกเขาจดจำอัลกุรอานเป็นการเจริญรอยตามท่านนบี
(ข) พวกเขามีความรักอย่างจริงใจต่ออัลกุรอานเป็นความรักที่เข้าครองความรู้สึกต่างๆของพวกเขา และทำ
ให้พวกเขาไม่สนใจสิ่งอื่นไม่ว่าจะเป็นวิชาการแขนงใด, ทั้งนี้เพราะสิ่งที่อัลกุรอานมีอยู่อย่างครบครันอันได้แก่
บทบัญญัติที่เต็มไปด้วยวิทยปัญญา, คำแนะนำที่สูงส่งสำนวนโวหารที่เกินคำบรรยาย ที่ทำให้ทุกคนพูดไม่
ออก, ที่ทำให้ผู้คัดค้านและหยิ่งยโสต้องสงบปากสงบคำ.
(ค) บรรดาซฮาบะห์โดยภาพรวมแล้วพวกเขาเป็นพวกที่อ่านไม่ออกเขียนไม่เป็น(อุมมียีน), และผู้ที่
เป็นอุมมีย์) นั้นสิ่งแรกที่เขาใช้เป็นหลักก็คือความสามารถในการจำและความสามารถในการทบทวน
ในสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับเขาที่จะต้องจดจำและทบทวน, เพราะมันเป็นสื่อเพียงอย่างเดียวสำหรับ
การรับเอาไว้ให้ได้ทั้งหมดในสิ่งที่เขาต้องการรับเอาไว้, ดังนั้นบรรดาซอฮาบะห์จึงอาศัย
ความสามารถจดจำของพวกเขาในการจดจำคัมภีร์ของอัลเลาะห์, และรับรู้ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์
ของพระองค์.
เป็นที่รู้กันดีว่าชาวอาหรับมักถูกหยิบยกเป็นตัวอย่างในเรื่องความจดจำที่รวดเร็วของพวกเขา… ดังนั้น
พวกเขาจึงใช้ความสามารถพิเศษดังกล่าวจดจำอัลกุรอานและซุนนะห์ของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์.
(ง) ท่านนบี(ซ.ล) ส่งเสริมซอฮาบะห์ของท่านและส่งเสริมมวลมุสลิมทั้งหลายในทุกยุคและทุกหนแห่งให้
จดจำอัลกุรอาน, และได้เตือนพวกเขาให้ระวังการลืมอัลกุรอาน, สิ่งที่แสดงออกให้เห็นว่าท่านนบีส่งเสริมให้
พวกเขาจดจำอัลกุรอานก็คือ: การที่ท่านได้บอกแก่พวกเขาว่าอัลกุรอานจะช่วยเหลือผู้ที่อ่านและจดจำอัล
กุรอานในวันกิยามะห์… และพวกเขาจะมีตำแหน่งต่างกันด้วยเหตุของการจดจำอัลกุรอาน… และยังได้บอก
ข่าวดีแก่ผู้ที่อ่านและจดจำอัลกุรอานว่าจะได้รับผลบุญมากมายและผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่จากอัลเลาะห์…
และท่านได้บอกพวกเขาว่าคนที่ดีคือคนที่เรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอานให้แก่ผู้อื่น… ส่วนคำเตือนของ
ท่านที่ได้เตือนพวกเขาไว้ก็คือให้ระวังการลืมและการทอดทิ้งอัลกุรอาน, สิ่งที่แสดงออกถึงคำเตือนนี้ก็คือท่าน
รอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้ให้สัญญาว่าผู้ใดกระทำดังกล่าวจะมีบั้นปลายที่ชั่วร้าย…
อะบุดาวูดและติรมีซีได้รายงานจากอะนัสว่า: “ บาปต่างๆของประชากรของฉันได้ถูกนำเสนอ
มายังฉัน, ฉันไม่เห็นว่ามีบาปใดที่จะใหญ่ไปยิ่งกว่าซูเราะห์หนึ่งจากอัลกุรอานที่คนหนึ่งได้รับเอาไว้(คือจำได้
แล้ว) ต่อมาเขาได้ปล่อยให้ลืมไป“
ความหมายที่ว่าลืมในที่นี้ก็คือ: ทอดทิ้งและเพิกเฉยต่อซูเราะห์นั้น, ส่วนการลืมที่เป็นธรรมชาติของ
มนุษย์นั้นไม่ใช่ความหมายในที่นี้, การรักษาอาการลืมอัลกุรอานก็คือต้องอ่านอัลกุรอานเป็นประจำด้วยหัวใจ
บริสุทธิ์และด้วยความจริงจัง.
(ฉ) นับเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอานอีกเช่นกันคือการที่อัลกุรอานทยอยประทานลงมา
(แบบตันญีม) ดังได้กล่าวมาแล้ว และเมื่ออัลกุรอานถูกประทานลงมาหนึ่งอายะห์หรือหลายอายะห์พวกเขา
จะรีบจดจำทันทีที่รอซูลุ้ลเลาะห์แจ้งให้พวกเขาทราบ, ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังนำไปให้ผู้อื่นที่ไม่ได้รับฟังจากรอ
ซู้ลุ้ลเลาะห์โดยตรงจดจำอีกด้วย, และท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้ส่งซอฮาบะห์ที่จดจำอัลกุรอานไปยังบาง
ท้องถิ่นเพื่อเผยแพร่อิสลามและสอนให้จดจำอัลกุรอาน.
เหล่านี้คือแรงกระตุ้นและแรงจูงใจบางประการที่ช่วยทำให้ซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอานและปฏิบัติตาม
หลักการในอัลกุรอานอันได้แก่การชี้นำและข้อกำหนดต่างๆ.
3- ภายหลังจากท่านนบี(ซ.ล) ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลเลาะห์แล้ว, มวลมุสลิมก็ยังคงปฏิบัติ
ต่ออัลกุรอานอย่างสมบูรณ์ยิ่ง, พวกตาบิอูนได้จดจำอัลกุรอานจากซอฮาบะห์, และพวกที่อยู่ในรุ่นถัดไปก็ได้
จดจำอัลกุรอานไปจากพวกตาบิอูน... และเป็นดังนี้ต่อๆกันไปมีทั้งรายบุคคลและกลุ่มคนที่ต่างก็ได้
ถ่ายทอดอัลกุรอานไปจากกลุ่มชนด้วยปากต่อปากและด้วยการเขียนบันทึก, จนอัลกุรอานแพร่ไปยังหัวเมือง
ต่างๆอย่างทั่วถึงจากยุคหนึ่งถึงอีกยุคหนึ่งโดยไม่มีความแตกต่างกันเลยสักอายะห์เดียวของอัลกุรอาน, และ
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือแม้เพียงคำเดียวของอัลกุรอานก็ไม่มีการขัดแย้งกัน…
4- แต่นักวิชาการมุสลิมมีความพอใจแล้วหรือกับการที่พวกเขาจดจำอัลกุรอานได้และสอนให้ผู้อื่นได้จดจำในยุคสมัยต่างๆกัน ?
คำตอบสำหรับคำถามข้อนี้เราขอตอบว่านักวิชาการมุสลิมยังไม่มีความพอใจอยู่เพียงเท่านั้น แต่พวก
เขาได้ทำให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้นโดยเอานำวิชาความรู้ที่อัลเลาะห์ได้ประทานให้แก่พวกพวกเขามารับใช้
คัมภีร์ของพระองค์… นักวิชาการด้านไวยากรณ์ได้ใช้วิชาความรู้ของเขาปกป้องอัลกุรอานให้พ้นจากความ
ผิดพลาดทางด้านไวยากรณ์และการออกเสียงผิด. นักวิชาการด้านความลึกซึ้งทางภาษา(บะลาเฆาะห์) ใช้วิชา
ความรู้ของเขาเปิดเผยความเร้นลับทางด้านความลึกซึ้งที่มีอยู่ในอัลกุรอาน… นักวิชาการด้านนิติศาสตร์อิสลาม
(ฟิกฮ์) ใช้ความรู้ของเขาวิเคราะห์เอาข้อกำหนด(ฮุก่ม)ออกมา… นักวิชาการทางด้านอะกีดะห์(หลักศรัทธา)
และปรัชญาได้ใช้ความรู้ของเขาเพื่อนำหลักฐานมายืนยันว่าหลักการของอิสลามนั้นถูกต้องแล้ว…
และนักวิชาการด้านการอ่านได้ใช้วิชาความรู้ของเขาปรับปรุงการอ่านให้ถูกต้องตามหลักตัจวีดและ
ท่วงทำนองที่ไพเราะ.. และถ้าหากท่านต้องการเห็นทั้งหมดที่กล่าวมาอย่างชัดเจนก็ให้กลับไปทบทวน
ดูสิ่งที่นักวิชาการได้เขียนไว้ในตัฟซีรอัลกุรอาน.
ท่านจะพบว่านักวิชาการบางคน–เช่นอิบนุญะรีรอัตตอบรี–เขาจะให้ความสำคัญกับการอธิบาย
ความหมายอัลกุรอานด้วยตัวบทที่มีรายงานมาจากท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล), ที่มีมาจากซอฮาบะห์และตาบิอีน
เป็นส่วนใหญ่จากนั้นท่านก็จะให้น้ำหนักแก่สายรายงานต่างๆและทัศนะต่างๆที่มีมา…
ท่านจะพบอีกพวกหนึ่งเช่นซัมมัคชารีย์ในหนังสือตัฟซีรของเขาจะเน้นหนักด้านความลึกซึ้งของ
ภาษา(บะลาเฆาะห์) ในอัลกุรอาน, และเผยให้เห็นความงดงามของข้อเปรียบเทียบต่างๆ…
ท่านจะพบกับพวกที่สามเช่นอะบีฮัยยานในหนังสือตัฟซีรของเขาชื่อ(อัลบะห์รุ้ลมุฮีต) ให้
ความสำคัญกับแนวทางการเอียะอ์รอบ, และผสมผสานระหว่างตัวอักษรตามที่ปรากฏในอายะห์กับแนวทางของ
นักไวยากรณ์…
ท่านจะพบกับพวกที่สี่–ได้แก่ท่านกุรตุบีย์ในตัฟซีรของเขาที่ชื่อ: อัลญาเมียะอ์ลิอะห์กามิ้ลกุรอาน,
เขาจะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เพื่อนำเอาข้อกำหนดต่างๆทางด้านนิติศาสตร์อิสลามออกมาจากอายะห์
ต่างๆของอัลกุรอาน, และอธิบายถึงทัศนะต่างๆของนักวิชาการ…
ท่านจะพบกับพวกที่ห้า- ผู้นำของกลุ่มนี้คืออัลฟัครุรรอซีย์– ในหนังสือตัฟซีรของเขาจะให้
ความสำคัญกับการปกป้องหลักอะกีดะห์และนำหลักฐานมายืนยันทั้งหลักฐานที่เป็นตัวบทจากอัลกุรอานและ
ซุนนะห์(นักลียะห์) และหลักฐานทางปัญญา(อักลียะห์) ว่าหลักการของอิสลามเป็นสิ่งที่ถูกต้องส่วนความ
เคลือบแคลงของพวกที่ปฏิเสธนั้นเป็นสิ่งมดเท็จ, มีนักวิชาการด้านตัฟซีรบางคนที่พยายามรวมแนวทางต่างๆ
เหล่านี้เข้าด้วยกันทั้งหมด– เช่นอิหม่ามอัลอาลูซีย์ในตัฟซีรของเขาชื่อ“รูฮุ้ลมะอานีย์” มุสลิมทุกคนที่มี
ความจริงใจต่ออิสลามก็จะเป็นเช่นนี้คือใช้วิชาความรู้ที่อัลเลาะห์ตาอาลาได้ประทานให้แก่เขารับใช้อัลกุรอาน,
ซึ่งเป็นมัวะอ์ญิซะห์อันยิ่งใหญ่ของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล).
บทความทั่วไป
การปะปนและพบปะผู้หญิงในระหว่างการทำงาน
๐๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:81

๑๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:105
๑๗-๐๕-๒๕๕๕ Hits:19
(تيسير مصطلح الحديث) “ทำให้วิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษเป็นเรื่องง่าย”
บทนำ
6--3- หนังสือที่แพร่หลายในวิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษ ๐๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:698 | การแบ่งคอบัรโดยพิจารณาการที่คอบัรตกทอดมาถึงพวกเรา | ฮะดีษที่ถูกรับรอง
6-9- اَلصَّحِيْح (ฮะดีษซอเฮียะฮ์)
๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:632
6--10- اَلْحَسَنُ (ฮะดีษ ฮะซัน) ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:661
6--11- (صَحِيْح لِغَيْرِهِ) ซอเฮียะฮ์เพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:698
6-12- (حَسَن لِغَيْرِهِ) ฮะซันเพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:688
6-13- คอบัรอาฮาดที่ถูกรับรองซึ่งแวดล้อมด้วยหลักฐานประกอบอื่นๆ
๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:668 |
การถือศิลอดประวัตินิติศาสตร์อิสลาม |
ประเด็นทางการแพทย์
ประวัติศาสตร์ คอลีฟะห์สี่สิบฮะดีษ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1146 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1182
6- ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1216 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1122 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1467 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3146 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3360 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3725 ราชวงศ์อุมัยยะฮ์๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1233
7-มัรวานที่ 2 และการโค่นล้มของราชวงศ์อุมัยยะฮ์. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1294
6-สมัยของยะซิดที่ 2 และฮิชาม ( Hisham ). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1115
5-อุมัรที่ 2 (ฮ.ศ.99-101 ค.ศ.717-720). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1193
4-วะลีดที่ 1 (Walid 1) และสุลัยมาน (Sulaiman). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1134
3-มัรวาน(Marwan)และอับดุลมาลิก(Abdul Malik)(ฮ.ศ.64-66 ค.ศ683-685). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1322
2-สมัยของยะซิดและมุอาวิยะฮ์ที่ 2. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1251 ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1205 4-ราชวงค์อับบาซี่ยะห์
::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:340
::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ). ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:521
21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid ) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:505
20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:491
19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:527 news pro 4 test๒๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3493 ๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4155 | news pro 4 test (2)๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4714 |
ขัดเกลาจิตใจ
Copyright © 2011 ---.
All Rights Reserved.
บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)













