นิยาม วิชาอุลูมุ้ลกุรอาน, เนื้อหา,
และประโยชน์ของวิชานี้
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3912
2.ตำราต่างๆ ในวิชา อุลูมุ้ลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3679
3. คำนิยามของอัลกุรอานุ้ลกะรีม นามชื่อของอัลกุรอาน
และเป้าหมายของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3030
4. อายะห์และซูเราะห์ของอัลกุรอาน
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:5177
5. ข้อความแรกและสุดท้ายจากอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3589
6-อัลกุรอานที่เป็นมักกีย์และมะดะนีย์
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3544
7.เหตุใดอัลกุรอานจึงถูกทยอยประทานลงมา
๑๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3297
8. การรวบรวมอัลกุรอานและการติดตามอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4791
9.สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4772
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3814
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:4260
12.จากด้านบัญญัติศาสนาในอัลกุรอาน
๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3545
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2713
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2667
๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:2250
มี 42 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์
บทความล่าสุด
- ริยาดุซซอลิฮีน บทที่203-215
- ::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
- ::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ).
- 21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid )
- 20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi)
- 19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
- สิ่งที่ห้ามกระทำสำหรับผู้ที่มีเลือดประจำเดือน
- Muhammad: Legacy of a Prophet
- อิสลามในอเมริกาก่อนโคลัมบัส
- อิสมาอีล (อ.ล) ตอนที่ 2
(6)ประวัติของท่านอีหม่ามนาวาวียฺ
(6)ประวัติของท่านอีหม่ามนาวาวียฺ
อิหม่ามอัน นะวาวียฺ เป็นผู้สมถะอย่างยิ่ง
ท่านอาศัยอยู่ในห้องพักเล็กๆที่มีหนังสือ
เต็มห้อง มีว่างเหลือสำหรับนั่งเท่านั้น

ประวัตของท่านอีหม่ามนาวาวียฺ
อิหม่ามอัน นะวาวียฺ ชื่อเต็มว่า มุหฺยิดดีน อบู ซะการียา ยะหฺยา บิน ชะรอฟ อัล ฮิซามียฺ อัน นะวาวียฺ
เกิดปี ค.ศ 1233ที่หมู่บ้านนะวาทางตอนใต้ของเมืองดะมัสกัช ซีเรีย เนื่องจากท่านมาจากหมู่บ้านนะวา
ท่านจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อัน นะวาวียฺ(ชาวนะวา)
ชีวิตในวัยเด็กและการศึกษา
อิหม่ามอัน นะวาวียฺ ไม่ได้มาจากตระกูลผู้รู้เช่นอุละมาอ์จำนวนมาก พ่อของท่านมีสวนแปลงหนึ่ง
ซึ่งได้ปลูกพืชมาเป็นอาหารแก่ครอบครัวลักษณะสำคัญของครอบครัวนี้ก็คือ ความเคร่งครัดในสิ่งที่ฮะลาล
และหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะรับประทานในสิ่งที่คลุมเครือ
ในวัยเด็กอิหม่ามอัน นะวาวียฺ ไม่เหมือนเด็กทั่วไป คือไม่ชอบการละเล่นต่างๆ ดังนั้น ตั้งแต่วัยเด็ก
ท่านชอบค้นคว้าศึกษาหาความรู้อย่างเอาจริงเอาจัง ท่านเกลียดกิจกรรมที่ทำให้ท่านห่างจากการท่องจำ
อัลกุรอาน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พวกเด็กๆในหมู่บ้านบังคับให้ท่านไปเล่นปรากฏว่าอิหม่ามอัน นะวาวียฺ ถึงกับร้อง
ให้ เพราะเสียดายเวลาที่สูญเสียไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ท่านสามารถท่องจำอัลกุรอานทั้งเล่มตั้งแต่วัยเด็ก
เมื่อท่านอายุได้ 18ปี พ่อได้นำท่านไปที่นครดามัสกัช เพื่อให้ท่านได้ศึกษาต่อ ที่นั่นท่านได้แสดงถึง
ความเป็นเลิศในการศึกษา ท่านชำนาญในฟิกฮฺ มัซฮับชาฟิอียฺ ท่านสามารถท่องจำหนังสือต่างๆได้จำนวน
มาก
สถานที่ศึกษาแห่งแรกในดามัสกัชของท่านคือโรงเรียน ซารอมียะฮฺ จากนั้นก็ศึกษาต่อที่โรงเรียนรอฮา
วียะฮฺ ท่านได้ใช้เวลาในการฟังบรรยายวันละ 12ชั่วโมง และเมื่ออายุได้ 24ปี ท่าได้เริ่มสอนหนังสือที่
โรงเรียนฟัชรอฟียะฮฺ ความเป็นเลิศทางวิชาการของท่านเป็นที่ยอมรับท่ามกลางนักปราชญ์ทั้งหลาย
บุคลิกภาพ
อิหม่ามอัน นะวาวียฺ เป็นผู้สมถะอย่างยิ่ง ท่านอาศัยอยู่ในห้องพักเล็กๆที่มีหนังสือเต็มห้อง มีว่าง
เหลือสำหรับนั่งเท่านั้น ท่านได้ใช้เวลาทั้งหมดในแต่ละวันกับการหาความรู้และการสอนหนังสือ ท่านนอน
หลับเพียงเล็กน้อยและตื่นขึ้นมาหาความรู้ต่อ ท่านเคยมุมานะในการเรียนจนกระทั่งว่ามีอยู่สองปีที่ท่าน
ไม่ได้ล้มตัวลงนอนหลับ เพียงแต่นั่งหลับเท่านั้น แม้แต่ว่าท่านเดิน ท่านก็ไม่ยอมเสียเวลา จะใช้เวลานี้ท่อง
จำและทบทวนหนังสือ
ชีวิตของท่านอยู่แบบเรียบง่าย ท่านรับประทานอาหารพื้นๆที่พ่อท่านส่งมาให้จากหมู่บ้านนะวา ท่าน
ไม่ยอมรับประทานอาหารที่ดูมีระดับท่านให้เหตุผลว่า นั่นเป็นอาหารของพวกทรราชย์
ท่านได้ถือศีลอดทุกวัน เว้นวันที่ศาสนาห้าม(ในทรรศนะของอัน นะวาวียฺ สามารถือศีลอดได้ทุกวัน
ตราบที่ไม่ไปถือในวันที่ศาสนาห้าม เช่น วันอีด)
ท่านเคยรับค่าตอบแทนในการสอนปีแรก แต่ท่านได้ใช้มันหมดไปกับการซื้อหนังสือ และต่อมาท่านไม่รับ
ค่าตอบแทนอีกเลย
ชีวิตทีสมถะอย่างยิ่งของอิหม่ามอันนะวียฺ นำไปสู่คำถามมากมายจากนักวิชาการรุ่นหลัง เพราะ
เป็นการปฏิบัติที่ยากที่ผู้อื่นจะทำได้สรุปว่านี่เป็นลักษณะพิเศษที่เข้ากับธรรมชาติของท่าน เป็นธรรมชาติ
ของผู้ใฝ่รู้ที่ได้อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความรู้
จุดเด่นของท่านก็คือ การที่ท่านรักหนังสือมาก ท่านได้เก็บสะสมหนังสือดีๆมากมาย รวมทั้งหนังสือ
หายาก เมื่ออุละมาอ์ที่มีชื่อท่านหนึ่งคือท่านตาญุดดีน อัซ ซุบกียฺ ถูกขอให้ทำการทำการเรียบเรียงหนังสือที่
อิหม่ามอัน นะวาวียฺ แต่งไว้ไม่เสร็จ ชื่อหนังสือ “อัล มัจญมูอฺ”ท่านซุบกียฺ ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า ท่านไม่มี
หนังสืออ้างอิงเท่ากับที่อิหม่ามอัน นะวาวียฺ มีอยู่
คำถามอีกข้อหนึ่งที่มีต่อชีวิตของอิหม่ามอัน นะวาวียฺก็คือ เหตุใดท่านไม่แต่งงาน มีคำอธิบาย
มากมายจากนักวิชาการรุ่นหลัง
แต่ดูเหมือนว่าคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ท่านปราศจากความต้องการความสุขในโลกนี้เช่นคนอื่นๆ ชีวิต
ของท่านปรารถนาแต่เพียงการแสงหาความรู้และการถ่ายทอดมันให้แก่อุมมะฮฺอิสลามเท่านั้น
ความจริง ครั้งหนึ่งท่านเคยสอนเรื่องแต่งงานว่าเป็นซุนนะฮฺอันยิ่งใหญ่ และท่านบอกว่าบางทีนี่เป็น
เพียงซุนนะฮฺที่ท่านไม่สามารถทำได้
ท่านให้เหตุผลว่า “ฉันกลัวว่า ฉันอาจทำตามซุนนะฮฺหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันฉันต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการ
กระทำที่ต้องห้ามอื่นๆ” นั่นคือสิทธิของภรรยา
ผู้ดำเนินตามมัซฮับตามเจตนารมณ์
แม้ว่าอิหม่ามอัน นะวาวียฺ จะสังกัดอยู่กับฟิกฮฺ มัซฮับชาฟิอียฺ แต่ท่านไม่ใช่มุตะอัศศิบ(ผู้คลั่ง
ไคล้มัซฮับ) ดังนั้น จึงพบในงานเขียนของท่านไม่ได้ตามทรรศนะของมัซฮับชาฟิอียฺเสมอไป ดังที่จะพบได้
ใหนังสืออัล มัจญมุอฺ และคำอธิบายเศาะฮีฮฺ มุสลิมของท่าน
ท่านอิบนุ อัล อัตตาร ศิษย์คนหนึ่งของอิหม่ามอัน นะวาวียฺ ได้กล่าวว่า “ท่านเป็นผู้รักษาและท่องจำ
(ทรรศนะทางฟิกฮฺของ)มัซฮับชาฟิอียฺทั้งในหลักหลักการ หลักพื้นฐาน และประเด็นรองๆลงมา แต่ท่านยัง
เป็นผู้มีความรู้ในทรรศนะของเหล่าเศาะฮาบะฮฺและตาบีอีน ท่านมีความรู้ในสิ่งที่อุละมาอ์เห็นพ้องต้องกัน
และที่พวกเขาเห็นแตกต่างกัน ด้วยเหตุผลนี้ทั้งหมด ท่านคือผู้ดำเนินตามวิถีทางของอุละมาอ์ยุคแรกของ
อิสลาม”
ในฟิกฮฺ มัซฮับ ชาฟิอียฺนั้น มีอุละมาอ์ที่โด่งดังในมัซฮับนี้สองท่านที่ถูกเรียกว่า “อัช ชัยคอน” หรือเชค
ทั้งสอง คืออิหม่ามอัน นะวาวียฺและอิหม่ามรอฟิอียฺ ทั้งสองท่านมีการให้ทรรศนะบางอย่างที่แตกต่างกัน ผู้
เล่าเรียนทางมัซฮับชาฟิอียฺบางท่านชอบอิหม่ามรอฟิอียฺมากกว่าเพราะว่าใกล้เคียงกับวิธีคิดทางฟิกฮ
ของมัซฮับชาฟิอียฺมากกว่า แต่ก็มีจำนวนมากที่ชอบทรรศนะของอิหม่ามอัน นะวาวียฺ มากกว่า อันเนื่องจาก
ท่านมีความรู้ที่ลึกซึ้งในวิชาฮะดีษมากกว่า
ผู้สร้างสรรค์งานวิชาการ
อิหม่ามอัน นะวาวียฺ ได้ผลิตงานเขียนออกมาอย่างมากมาย หนึ่งในชุดตำราที่ได้รับความชื่อถือ
ตลอดมาก็คือ คำอธิบาย เศาะฮีฮฺ มุสลิม ซึ่งถือว่าเป็นคำอธิบายเศาะฮีฮฺมุสลิมอันดับหนึ่ง คู่กับคำอธิบาย
เศาะฮีฮฺ บุคอรียฺ ของอิหม่ามอิบนุ ฮะญัร อัล อัสกอลานียฺ(ชื่อฟัตหุล บารียฺ)
ท่านได้แต่งหนังสือชุดยิ่งใหญ่นี้ในช่วงท้ายๆของชีวิต ใช้เวลาเพียงแค่ 2ปี ท่านยังได้อธิบายเศาะฮีฮฺ บุคอรีย
อีกด้วย แต่ไม่เสร็จ ท่านก็เสียชีวิตเสียก่อน
งานเขียนที่ได้รับความนิยมชิ้นต่อมาของท่านคือ “ริยาฎุศ ศอลีฮีน”(อุทยานของคนดี) เป็นการนำ
อัลกุรอานและฮะดีษมาจัดหมวดหมู่เป็นบทๆในเรื่องเกี่ยวกับความดีงามต่างๆ หนังสือชุดนี้ถูกนำไปอธิบาย
ต่อโดยอุละมาอ์รุ่นหลัง ที่น่าสนใจคือคำอธิบายของ “เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล อุษัยมีน”
สำหรับหนังสือฟิกฮฺที่ชื่อ “อัล มัจญมูอฺ” ของท่าน ได้รับความเชื่อถืออย่างสูง แม้จะเรียบเรียงไม่เสร็จ
สิ้นก็ตาม หนังสือชุดนี้ถูกถือว่าเป็นหนังสือสารานุกรมทางฟิกฮฺคู่กับหนังสือ “อัล มุฆนียฺ” ของอิบนุ กุดามะฮฺ
จากมัซฮับฮัมบะลียฺ ซึ่งหนังสือทั้งสองชุดนี้ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับมัซฮับของผู้แต่ง แต่เป้าหมายก็คือการ
นำเสนอสิ่งที่สอดคล้องกับอัลกุรอานและอัซซุนนะฮฺ
ส่วนที่แพร่หลายมากที่สุดคือ การนำฮะดีษที่ครอบคลุมคำสอนอิสลามทั้งหมดมาลำดับไว้ เรียกว่า
“สี่สิบ ฮะดีษ” หรือรู้จักกันในชื่อ
“สี่สิบฮะดีษ นะวาวียฺ”
ผู้กล้าเผชิญหน้ากับผู้ปกครองที่อธรรม
อิหม่านอัน นะวาวียฺ มิได้มีความจริงจังในแง่วิชาการเท่านั้น เมื่อเผชิญกับความอธรรมบนหน้า
แผ่นดิน ท่านไม่ยอมเงียบ แต่ได้ยืนขึ้นเพื่อหลักการอิสลาม แม้กระทั่งการตักเตือนผู้ปกครองทั้งหลาย วิธี
หนึ่งที่ท่านนิยมทำก็คือการส่งจดหมายไปตักเตือนผู้ปกครองเหล่านั้น บางครั้งท่านได้ร่างจดหมายถึง
ผู้ปกครอง โดยเซ็นร่วมกับอุละมาอ์ท่านอื่นๆจากสำนักฟิกฮฺต่างๆ
ท่านได้คัดค้านความอยุติธรรมของผู้ปกครองหลายๆครั้ง ครั้งหนึ่ง ซุลฏอน(สุลต่าน)ในเมืองที่ท่าน
อาศัยอยู่ต้องการให้อุละมาอ์ทุกคนออกฟัตวาเก็บทรัพย์สินกับประชาชนเพื่อต่อสู้กับมองโกล แต่ท่านเป็น
อุละมาอ์คนเดียวที่ยังไม่ยอมออกฟัตวาให้ สุลต่านจึงให้นำตัวอิหม่ามอัน นะวาวียฺมาถามถึงเหตุผล ท่าน
ตอบว่า “ฉันรู้ว่า ท่านเคยเป็นทาสของอมีร บันดุการ์ และท่านไม่เคยมีทรัพย์ใดๆมาก่อนเลย แต่แล้วอัลลอฮฺ
ได้ให้ความโปรดปรานกับท่าน และท่านได้กลายเป็นผู้ปกครอง ฉันได้ยินมาว่า ท่านมีทาสชายถึงหนึ่งพันคน
และแต่ละคนมีสายรัดด้วยทองและท่านยังมีทาสหญิงอีกสองพันคน แต่ละคนมีเครื่องประดับที่เป็นทอง
หากท่านได้จ่ายมันทั้งหมดและได้ปล่อยทาสชายของท่านด้วยสายรัดผ้าแทนสายรัดทอง และท่านได้ปล่อย
ทาสหญิงพร้อมเครื่องนุ่งห่มโดยไม่มีเครื่องประดับเพชรนิลจิลดา แล้วฉันจะฟัตวาให้ท่านสามารถเก็ทรัพย์
สินจากประชาชนได้”
กรณีนี้ แม้ว่าอิหม่ามอัน นะวะวียฺ จะเห็นด้วยกับการรวบรวมทรัพย์ในการต่อสู้ แต่ท่านเห็นว่าต้องเก็บ
ตามวิธีการที่ถูกต้องเท่านั้น
สุลต่านโกรธแค้นมากและได้ขับไล่ท่านออกจากเมืองดามัสกัช ท่านได้จากไปอยู่หมู่บ้านนะวา
เหล่าอะละมาอ์พยายามของให้ท่านกลับมาอีกครั้งแต่ท่านปฏิเสธ การคัดค้านใดๆต่อผู้ปกครองที่อธรรม
ของท่านมีผลกระทบสูงมาก อันเนื่องจากท่านเป็นอุละมาอ์ที่อิสระ ไม่รับเงินเดือนจากใครมีวีถีชีวิตที่
พอเพียง การคัดค้านของท่านจะได้รับการสนับสนุนจากอุละมาอ์และมวลชนมุสลิมเสมอ
วาระสุดท้าย
ท่านอิหม่ามอัน นะวาวียฺ ใช้ชีวิตในหมู่บ้านนะวาในช่วงสั้นๆ ท่านก็ล้มป่วยลง และเสียชีวิตในปี 1277
อายุเพียง 43ปีเท่านั้น เมื่อข่าวการเสียชีวิตของท่านไปถึงดามัสกัช ผู้คนต่างพากันร้องให้ต่อการจากไปของอุละ
มาอ์ผู้อุทิศตัวให้แก่วิชาการ การมีชีวิตที่เรียบง่าย และมีความกล้าหาญ
ในหนังสือคำอธิบาย เศาะฮีฮฺ มุสลิม ของท่าน ท่านได้แสดงถึงความต้องการที่ให้หลุมฝังศพของท่าน
เป็นไปตามแบบอย่างของท่านนบีฯไม่ให้มีการสร้างความพิเศษใดๆให้แก่ท่าน และศิษย์ของท่านอิบนุ อัตตาร
ได้รายงานว่า เป็นความจริงที่ว่า ทุกครั้งที่ผู้คนได้เข้าไปสร้างโดมเหนือหลุมฝังศพของท่าน มันก็จะ
พังลงมา จนถึงทุกวันนี้หลุมฝังศพของท่านก็ยังอยู่ในสภาพธรรมดา
ได้มีโอกาศไปเยี่ยม อิมามนะวา ที่ซูเรีย ท่านอิบนุอัฏฏ๊อร ศิษย์ท่านอิมามอันนะวาวีย์ กล่าวว่า
"ในขณะที่ท่านอิมามอันนะวาวีย์ถูกฝัง ครอบครัวของท่านต้องการจะสร้างกุบบะฮ์(โดม)บนสุสาน ดังนั้น
ท่านอิมามอันนะวาวีย์ได้มาหาเข้าฝันน้าสาวของท่าน และกล่าวว่า "ท่านน้าสาวจงบอกแก่พี่น้องของฉัน
และกลุ่มชนด้วยว่า อย่าให้พวกเขากระทำการเยี่ยงนี้ที่พวกเขาได้ตั้งใจทำการปลูกสร้าง เพราะว่าทุกครั้งที่
พวกเขาจะสร้างสิ่งใด(บนสุสานของฉันนั้น) มันก็จะพังทลายลงมา"
ดังนั้น พวกเขายังงดกระทำสิ่งดังกล่าว และนำหินมาล้อมรอบสุสาน
ท่านอิบนุฟัฏลุลลอฮ์ กล่าวว่า พี่น้องของอิมามอันนะวาวีย์ คือชัยค์อับดุรเราะห์มาน เล่าให้ฉันฟังว่า
"ขณะที่อิมามอันนะวาวีย์ป่วยใกล้เสียชีวต เขาอยากทานแอ๊ปเปิ้ล ดังนั้นจึงนำแอ๊ปเปิ้ลมาให้ แต่เขาทาน
มันไม่ได้ เมื่อเขาเสียชีวิต สมาชิกในครอบครัวบางส่วนฝันเห็นท่าน และกล่าวถามว่า อะไรบ้างที่
อัลเลาะฮ์ทรงปฏิบัติแก่ท่าน? อิมามอันนะวาวีย์ตอบว่า พระองค์ทรงให้เกียรติที่พำนักของฉัน พระองค์ทรง
รับการงานของฉัน และสิ่งแรกที่พระองค์ทรงนำมาต้อนรับแขก คือพระองค์ทรงนำแอ๊ปเปิ้ลให้แก่ฉัน"
สานุศิษย์ของท่านบางส่วนเล่าให้ฉันฟังว่า มีชายคนหนึ่งได้มาที่สุสานของท่านอิมามอันนะวาวีย์ และ
กล่าวว่า ท่านใช่ไหม? ที่ขัดแย้งกับอิมามอัรรอฟิอีย์ และท่านกล่าวว่า "ฉันขอกล่าวว่า...............(คือกล่าว
ทัศนะที่ค้านกับอิมามอัรรอฟิอีย์ตามการวินิจฉัยของท่านในหนังสืออัลมินฮาจญ์)" โดยเขาทำการชี้มือไปยัง
สุสานอิมามอันนะวาวีย์ ดังนั้นเมื่อเขายืนขึ้นแมงป่องจึงต่อยเขา"
ฉัน(คืออิมามอัสสะยูฏีย์) ได้เห็นหนังสือ อิมบาอฺอัลฆุมัร ของท่านชัยคุลอิสลาม อิบนุหะญัร รอฮิมะฮุลลอฮ์
ในการนำเสนอประวัติของ อัลญะมาล อัรร๊อยมีย์ ผู้อธิบายหนังสือ อัตตัมบีฮ์ ว่า "เขานั้นชอบพูดจาลด
เกียรติชัยค์มั๊วะห์ยุดดีน(คืออิมามอันนะวาวีย์) ดังนั้นในขณะที่เขาได้เสียชีวิต ขณะที่เขาอยู่สถานอาบน้ำ
มัยยิด มีแมวตัวหนึ่งได้คาบฉกลิ้นของเขาหลุดออกไป ดังนั้นสิ่งดังกล่าวย่อมเป็นอุทาหรณ์แก่มวลมนุษย์"
ดู หนังสือ อัลมินฮาจญุสสะวีย์ ฟี ตัรญะมะติล อิมามอันนะวาวีย์ ของท่านอิมามอัสสะยูฏีย์ หน้า 80 – 81
ในหนังสือ อิมบาอฺอัลฆุมัร ของท่านชัยคุลอิสลาม อิบนุหะญัร รอฮิมะฮุลลอฮ์ ระบุถ้อยคำดังนี้ ท่านอิบนุ
หะญัร กล่าวว่า "ท่านอัลญะมาล อันมิสรีย์ ได้กล่าวแก่ฉันว่า อัรรีมีย์นั้นเหยียดหยามอิมามอันนะวาวีย์เป็น
อย่างมาก ในขณะปล่อยใกล้ตายนั้น ฉันเห็นลิ้นของเขาล่อออกมาและมีสีดำ ดังนั้นได้มีแมวตัวหนึ่งคาบ
ฉกลิ้นของเขาหลุดออกไป ดังนั้นสิ่งดังกล่าวย่อมเป็นอุทาหรณ์แก่มวลมนุษย์" ดู 3/48
ชีวิตทีสมถะอย่างยิ่งของอิหม่ามอันนะวียฺ นำไปสู่คำถามมากมายจากนักวิชาการรุ่นหลัง เพราะเป็นการ
ปฏิบัติที่ยากที่ผู้อื่นจะทำได้
สรุปว่านี่เป็นลักษณะพิเศษที่เข้ากับธรรมชาติของท่าน เป็นธรรมชาติของผู้ใฝ่รู้ที่ได้อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อ
ความรู้
ท่านอิมามอัสสะยูฏีย์ ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า
ท่านชัยค์ อิบนุ อัลอัฏฏ๊อร กล่าวว่า "ชัยค์ อัศศ่อดูก อบูลกอซิม อัลมิซฺซีย์ – ซึ่งท่านเป็นหนึ่งในหมู่
นักปราชญ์ผู้มีคุณธรรม - ได้บอกเล่าแก่ฉันว่า เขาได้ฝันเห็นว่า ณ หมู่บ้านอัลมิซฺซะฮ์ มีธงมากมาย และ
กลองได้ถูกตีขึ้น ฉันจึงกล่าวว่า นี้มันอะไรกันหรือ? จึงถูกกล่าวแก่ฉันว่า ค่ำคืนนี้ เป็นคืนที่ยะห์ยา อันนะ
วาวีย์ ได้ถูกตั้งแต่ให้เป็นหัวหน้า(กุตบ์ – คือวะลียุลลอฮ์ผู้เป็นแกนหลักแห่งโลกในยุคนั้นที่อัลเลาะฮ์ทรงให้
การดูแลคุ้มครองเป็นพิเศษ) ดังนั้น ฉันจึงตื่นขึ้นมาจากนอน ทั้งที่ฉันเองไม่เคยรู้จักชัยค์อันนะวาวีย์มาก่อน
เลยและไม่เคยได้ยินชื่อเขามาก่อนหน้านี้เลย ฉะนั้น ฉันจึงเข้าไปที่เมืองดิมัชก์ เพราะมีความต้องการ
บางอย่าง ฉันจึงบอกสิ่งดังกล่าวให้ชายคนหนึ่งทราบ เขาจึงกล่าวว่า เขา(คือชัยค์อันนะวาวีย์) ก็คือ
อาจารย์แห่งดารุลฮะดิษ ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังนั่งอยู่ในนั้น ฉันจึงเข้าไปหา ดังนั้นในขณะที่ชัยค์อันนะวา
วีย์มองมาที่ฉัน เขาจึงลุกขึ้นมาทางด้านของฉัน และกล่าวว่า "ท่านจงปกปิดสิ่งที่อยู่พร้อมกับท่าน(จากสิ่งที่
ได้ฝันเห็น)และอย่าบอกเล่าให้คนใดฟัง" จากนั้นท่านชัยค์ก็กลับไปนั่งสถานที่เดิม" ดู หนังสือ อัลมิน
ฮาจญุสสะวีย์ ฟี ตัรญะมะติล อิมามอันนะวาวีย์ ของท่านอิมามอัสสะยูฏีย์ หน้า 49 – 50
ชีวิตของท่านอยู่แบบเรียบง่าย ท่านรับประทานอาหารพื้นๆที่พ่อท่านส่งมาให้จากหมู่บ้านนะวา ท่านไม่ยอม
รับประทานอาหารที่ดูมีระดับ
ท่านให้เหตุผลว่า นั่นเป็นอาหารของพวกทรราชย์
ท่านอิบนุอัฏฏ๊อร กล่าวว่า ท่านกอฏอ อัลกุฏอฮ์ ญะมาลุดดีน อัซซัรอีย์ ได้เล่าเรื่องราวของอิมามอันนะ
นาวีย์ให้ฟังว่า "ตอนท่านอันนะวาวีย์ยังหนุ่มมีคนไปหามาหาสู่ท่านบ่อย (เขากล่าวว่า) วันในหนึ่งฉันได้ไป
หาท่านอันนะวาวีย์ พบว่าท่านกำลังทาน ค่อซีเราะห์ (แป้งผสมนมในภาชนะที่ตั้งไฟให้ร้อน) ดังนั้น สุไล
มาน กล่าวว่า ท่านจงรับประทานเถิด แต่ทว่าท่านอันนะวาวีย์ไม่ค่อยอยากจะรับประทานนัก ฉะนั้นน้อง
ของท่านไปลุกขึ้นและมุ่งไปที่ตลาด นำเนื้อย่างและของหวานมาให้ และกล่าวกับท่านอันนะวาวีย์ว่า ท่าน
จงรับประทานเถิด แต่ทว่าท่านอันนะวาวีย์ไม่กิน ดังนั้นน้องชายกล่าวว่า โอ้ท่านพี่ สิ่งนี้ฮะรอมกระนั้น
หรือ? ท่านอันนะวาวีย์กล่าวว่า ไม่ฮะรอมหรอก แต่มันเป็นอาหารของพวกทรราชย์"
ท่านอิบนุลอัฏฏ๊อร กล่าวว่า "ท่านอิมามอันนะวาวีย์ไม่รับประทานแอ๊บเปิ้ลของเมืองดิมัชก์ ฉันจึงถามถึง
สาเหตุดังกล่าว ท่านอันนะวาวีย์กล่าวว่า เมืองดิมัชก์นั้นมีที่ดินวะก๊าฟและที่ดินที่เป็นของผู้ถูกอายัตทรัพย์
เยอะ และการดำเนินการต่อแผ่นดินดังกล่าวนั้นไม่อนุญาตนอกจากบนหนทางที่ดี และทำการเกษตรแบบ
มะซากอฮ์(ในรูปแบบให้บุคคลหนึ่งเข้าไปทำการเพาะปลูกแล้วมาแบ่งปันผลผลิตที่ได้ตามที่ตกลงไว้) ซึ่ง
เกี่ยวกับประเด็นนี้นักปราชญ์ก็มีทัศนะที่ขัดแย้งกัน ซึ่งผู้ใดที่อนุญาต ก็จะวางเงื่อนไขว่าต้องทำให้ดีอย่าง
ถูกต้อง แต่ทว่าบรรดาผู้คนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ นอกจากเป็นเพียงส่วนหนึ่ง(ที่ดี)จากหนึ่งพันส่วนที่เป็น
ผลิตผลให้แก่ผู้ปกครอง ดังนั้นฉันจะสบายใจที่ได้รับประทานสิ่งดังกล่าวได้อย่างไร?"
ท่านอิบนุลอัฏฏ๊อรกล่าวว่า ท่านชัยค์ อัลอารีฟ อัลมุฮักกิก อบู อับดุลฮะลีม มุฮัมมัด อัลอัคมีนีย์ กล่าวแก่
ฉันว่า "ท่านชัยค์มั๊วะห์ยุดดีน(อันนะวาวีย์)นั้น ได้ดำเนินตามแนวทางของซอฮาบะฮ์ ซึ่งในยุคสมัยนี้ฉันไม่
เคยทราบเลยว่าจะมีบุคคลหนึ่งที่ดำเนินตามแนวทางของซะฮาบะฮ์นอกจากชัยค์มั๊วะห์ยุดดีนอันนะวาวีย์" ดู
หนังสือ อัลมินฮาจญุสสะวีย์ ฟี ตัรญะมะติล อิมามอันนะวาวีย์ ของท่านอิมามอัสสะยูฏีย์ หน้า 45 - 47
ท่านได้แต่งหนังสือชุดยิ่งใหญ่นี้ในช่วงท้ายๆของชีวิต ใช้เวลาเพียงแค่ 2ปี ท่านยังได้อธิบายเศาะฮีฮฺ บุคอรีย
อีกด้วย แต่ไม่เสร็จ ท่านก็เสียชีวิตเสียก่อน
ท่านอิมามอันนะวาวีย์ ได้กล่าวไว้ในบทนำหนังสือ อธิบายซอฮิห์อัลบุคอรีย์ ความว่า "สำหรับซอฮิห์อัล
บุคอรีย์นั้น ฉันเริ่มรวบรวมตำราในการอธิบายซอฮิห์บุคอรีย์ ซึ่งมีขนาดปานกลางไม่สั้นจนเกินไปและไม่ยืด
ยาวคนเกินไป ไม่สั้นจนทำให้บกพร่องและไม่ยาวจนทำให้เบื่อหน่าย และหากแม้นว่าปณิธานไม่อ่อนแอลง
และหากบรรดาผู้ปรารถนาในหนังสือแบบยืดยาวมีมาก ฉันก็จะทำการอธิบายซอฮิห์บุคอรีย์ให้ถึงหนึ่งร้อย
เล่ม พร้อมกลับห่างไกลการอธิบายแบบกล่าวซ้ำและเพิ่มเติมแบบไร้ประโยชน์"
ดังนั้น หากท่านอิมามอันนะวาวีย์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ มีอายุยืนยาว ผมคิดว่าตำราของท่านคงล้นดุนยา
บทความทั่วไป
การปะปนและพบปะผู้หญิงในระหว่างการทำงาน
๐๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:81

๑๗-๐๔-๒๕๕๕ Hits:105
๑๗-๐๕-๒๕๕๕ Hits:19
(تيسير مصطلح الحديث) “ทำให้วิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษเป็นเรื่องง่าย”
บทนำ
6--3- หนังสือที่แพร่หลายในวิชามุสตอลาฮุ้ลฮะดีษ ๐๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:696 | การแบ่งคอบัรโดยพิจารณาการที่คอบัรตกทอดมาถึงพวกเรา | ฮะดีษที่ถูกรับรอง
6-9- اَلصَّحِيْح (ฮะดีษซอเฮียะฮ์)
๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:632
6--10- اَلْحَسَنُ (ฮะดีษ ฮะซัน) ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:661
6--11- (صَحِيْح لِغَيْرِهِ) ซอเฮียะฮ์เพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๔-๐๓-๒๕๕๕ Hits:697
6-12- (حَسَن لِغَيْرِهِ) ฮะซันเพราะ (ด้วย) ฮะดีษอื่น ๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:688
6-13- คอบัรอาฮาดที่ถูกรับรองซึ่งแวดล้อมด้วยหลักฐานประกอบอื่นๆ
๒๗-๐๓-๒๕๕๕ Hits:668 |
การถือศิลอดประวัตินิติศาสตร์อิสลาม |
ประเด็นทางการแพทย์
ประวัติศาสตร์ คอลีฟะห์สี่สิบฮะดีษ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1143 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1182
6- ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1214 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1122 ๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1464 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3143 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3356 ๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:3720 ราชวงศ์อุมัยยะฮ์๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1231
7-มัรวานที่ 2 และการโค่นล้มของราชวงศ์อุมัยยะฮ์. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1291
6-สมัยของยะซิดที่ 2 และฮิชาม ( Hisham ). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1113
5-อุมัรที่ 2 (ฮ.ศ.99-101 ค.ศ.717-720). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1190
4-วะลีดที่ 1 (Walid 1) และสุลัยมาน (Sulaiman). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1132
3-มัรวาน(Marwan)และอับดุลมาลิก(Abdul Malik)(ฮ.ศ.64-66 ค.ศ683-685). ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1319
2-สมัยของยะซิดและมุอาวิยะฮ์ที่ 2. ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1249 ๑๐-๐๒-๒๕๕๕ Hits:1203 4-ราชวงค์อับบาซี่ยะห์
::.23 – เคาะลีฟะห์ต่อ ๆ มาของราชวงศ์อับบาซียะห์.
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:337
::.22 – อัล – อมีน ( Al – Amin ) และ อัล – มะมูน ( Al – Mamun ). ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:521
21 – ฮารูน อัร – รอชีด ( Harun al – Rashid ) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:502
20 – อัล – มะฮ์ดี ( Al – Mahdi ) และอัล - ฮาดี (Al - Hadi) ๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:490
19 – อัส – สัฟฟาห์ ( As – Saffah ) และอัล - มันซูร ( Al - Mansur)
๑๘-๐๔-๒๕๕๕ Hits:523 news pro 4 test๒๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3491 ๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4155 | news pro 4 test (2)๓๐-๐๗-๒๕๕๔ Hits:4713 |
ขัดเกลาจิตใจ
Copyright © 2011 ---.
All Rights Reserved.
บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)











