- 8-การปกครองของสมัยอุมัยยะห์.
- 7-มัรวานที่ 2 และการโค่นล้มของราชวงศ์อุมัยยะฮ์.
- 6-สมัยของยะซิดที่ 2 และฮิชาม ( Hisham ).
- 5-อุมัรที่ 2 (ฮ.ศ.99-101 ค.ศ.717-720).
- 4-วะลีดที่ 1 (Walid 1) และสุลัยมาน (Sulaiman).
- 3-มัรวาน(Marwan)และอับดุลมาลิก(Abdul Malik)(ฮ.ศ.64-66 ค.ศ683-685).
- 2-สมัยของยะซิดและมุอาวิยะฮ์ที่ 2.
- 1-มุอาวิยะฮ์.
- 4-ท่านอะลี (Ali).
- 3-ท่านอุษมาน ('Uthman)
10.ระเบียบการอ่านอัลกุรอาน
10-ระเบียบการอ่านอัลกุรอาน
(ก) อัลกุรอานเป็นคัมภีร์ของอัลเลาะห์ตาอาลาซึ่งเป็นผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรได้ให้เป็นคัมภีร์
สุดท้าย, พระองค์ได้ประทานลงมาเพื่อเป็นสิ่งชี้นำแก่มนุษยชาติทั้งปวง, ในอัลกุรอานมีข้อกำหนดที่
ยุติธรรมมีหลักจริยธรรมที่ประเสริฐล้ำ มีคำกำชับที่มีประโยชน์และมีระเบียบปฏิบัติอันสูงส่ง.
มีตัวบททั้งจากอัลกุรอานและซุนนะห์ที่กระตุ้นให้มุสลิมอ่านอัลกุรอานให้มากๆ.
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ إِنَّ الَّذِيْنَ يَتْلُوْنَ كِتَابَ اللهِ وَأَقَامُوا الصَّلاَةَ وَأَنْفَقُوْا مِمَّا رَزَقْنَاهُمْ سِرًّا وَعَلاَنِيَةً يَرْجُوْنَ تِجَارَةً لَنْ تَبُوْرَ }
“แท้จริงพวกที่อ่านคัมภีร์ของอัลเลาะห์ ดำรงละหมาดและบริจาคจากสิ่งที่เราได้ประทานให้แก่พวกเขา
ทั้งโดยลับและเปิดเผยพวกเขาหวังการค้าที่จะไม่มีทางขาดทุน“ (ฟาติร: 29)
ฮะดีษนบีที่กล่าวถึงความประเสริฐของอัลกุรอานได้แก่ฮะดีษที่ว่า:
“ คนที่ดีที่สุดของพวกท่านคือผู้ที่เรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอาน“
อีกฮะดีษหนึ่งคือ:
“ ท่านทั้งหลายจงอ่านอัลกุรอานเพราะในวันกิยามะห์อัลกุรอานจะมาเป็นผู้ช่วยเหลือพวกที่อ่านอัลกุรอาน
“
ในฮะดีษที่สาม:
“จะมีผู้กล่าวแก่ผู้ที่อ่านอัลกุรอานว่า: ท่านจงอ่านและจงเลื่อนขั้นและจงอ่านเนิบๆ(ตัรตีล) เหมือนกับที่
ท่านเคยอ่านในดุนยาเพราะตำแหน่งของท่านจะขึ้นอยู่กับอายะห์สุดท้ายที่ท่านอ่าน“ รายงานโดยอะห์มัด
และฮากิม
ในฮะดีษที่สี่:
“ ผู้ใดอ่านหนึ่งอักษรจากคัมภีร์ของอัลเลาะห์เขาจะได้รับหนึ่งความดีด้วยอักษรนั้น, และหนึ่งความดีจะ
ได้รับผลตอบแทนสิบเท่า, ฉันไม่ได้กล่าวว่าฮะลิฟลามมีมเป็นหนึ่งอักษรแต่อะลิฟเป็นหนึ่งอักษรลามเป็น
หนึ่งอักษรและมีมเป็นอีกหนึ่งอักษร“ รายงานโดยบุคอรีและติรมีซี
ยังมีอีกหลายฮะดีษที่ซอเฮียะฮ์ซึ่งสนับสนุนมุสลิมให้อ่านอัลกุรอานให้มากๆ เพื่อจะไม่ลืมอัลกุรอานเช่น
คำพูดของท่านนบี(ซ.ล) ที่ว่า:
“ ถ้าจะเปรียบผู้ที่จดจำอัลกุรอานก็เปรียบได้เหมือนกับอูฐที่ถูกล่ามไว้– คือเหมือนอูฐที่เจ้าของได้ผูกล่าม
ไว้– ถ้าหากเขาดูแลอูฐอยู่เสมอเขาก็รักษาอูฐไว้ได้, และถ้าหากเขาปล่อยมันอูฐก็จะไป“ รายงานโดยมาลิก
อะห์มัดและน่าซาอี.
อีกฮะดีษหนึ่งท่านนบี(ซ.ล) กล่าวว่า:
“ ท่านทั้งหลายจงรักษาอัลกุรอานไว้– คือด้วยการอ่าน– ขอสาบานต่อผู้ซึ่งชีวิตของมุฮำหมัดอยู่ในเงื้อม
มือของพระองค์ว่าอัลกุรอานสามารถดิ้นหลุดได้ยิ่งกว่าอูฐที่ถูกล่ามไว้เสียอีก“ รายงานโดยอะห์มัด
(ก) สำหรับการอ่านอัลกุรอานมีระเบียบหลายประการที่มุสลิมทั้งชายหญิงพึงต้องรักษา, ที่สำคัญได้แก่:
1- ผู้อ่านคัมภีร์อัลกุรอานต้องมีน้ำละหมาดเพราะการอ่านอัลกุรอานเป็นกิจกรรมที่ประเสริฐที่จะทำให้
ผู้อ่านได้เข้าใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้าง, การมีน้ำละหมาดเพื่อการอ่านนี้ถือเป็นสิ่งที่สมควรต้องมี
(มุสตะฮับ), และยินยอมให้ผู้ที่ไม่มีน้ำละหมาดอ่านอัลกุรอานได้.
2- ผู้อ่านอัลกุรอานควรต้องอยู่ในสถานที่ที่สะอาดด้วยเช่นเดียวกันเพื่อให้เกียรติกับอัลกุรอานและยกย่อง
ตำแหน่งอันสูงส่งของอัลกุรอาน, เพราะอัลกุรอานเป็นคำพูดของอัลเลาะห์ ตาอาลาที่พระองค์ได้ตรัสถึง
ความสำคัญของอัลกุรอานไว้ว่า:
{ لَوْ أَنْزَلْنَا هذَا الْقُرْآنَ عَلَى جَبَلٍ لَرَأَيْتَهُ خَاشِعًا مُتَصَدِّعًا مِنْ خَشْيَةِ اللهِ وَتِلْكَ اْلأَمْثَالُ نَضْرِبُهَا لِلنَّاسِ لَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُوْنَ }
“ ถ้าหากเราประทานอัลกุรอานนี้ลงบนภูเขา เจ้าก็จะเห็นภูเขายอมจำนนและศิโรราบเพราะความเกรง
กลัวอัลเลาะห์อย่างแน่นอนนั่นเป็นเพียงตัวอย่างที่เราได้ยกขึ้นให้มนุษย์ได้พิจารณา แน่นอนว่าพวกเขา
จะต้องตรึกตรอง“ (ซูเราะห์อัลฮัชร์: 21)
3- มุสลิมทั้งชายและหญิงขณะอ่านอัลกุรอานจะต้องมีความสำรวมสงบนิ่งและแสดงความเคารพเพราะเขา
ไม่ได้อ่านคำที่เป็นคำพูดของมนุษย์ แท้ที่จริงเขากำลังอ่านคำพูดของอัลเลาะห์ที่พระองค์ได้ประทานลงมายัง
หัวใจของท่านนบีมุฮำหมัด(ซ.ล) เพื่อนำพามนุษย์ออกจากความมืดมนในยุคญาฮิลียะห์สู่แสงสว่างของหลัก
ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว(เตาฮีด).
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ الر كِتَابٌ أَنْزَلْنَاهُ إِلَيْكَ لَتُخْرِجَ النَّاسَ مِنَ الظُّلُمَاتِ إِلَى النُّوْرِ بِإِذْنِ رَبِّهِمْ إِلَى صِرَاطِ الْعَزِيْزِ الْحَمِيْدِ }
“ อะลิฟลามรออ์นี่คือคัมภีร์ที่เราได้ประทานลงมายังเจ้าโอ้มุฮำหมัดเพื่อให้เจ้านำพามนุษย์ออกจาก
ความมืดมนไปสู่แสงสว่างโดยอนุมัติจากองค์อภิบาลของพวกเขาไปสู่แนวทางของผู้ทรงพิชิตผู้ควรแก่คำ
สรรเสริญ“ (อิบรอฮีม: 1).
3- ให้เริ่มอ่านอัลกุรอานด้วยการขอป้องกันด้วยอัลเลาะห์ จากชัยตอนที่ถูกสาปแช่งแล้วตามด้วยการอ่าน
บิสมิ้ลลาห์ฯโดยอ่านหลังจากอะอูซุบิ้ลลาหฯ แล้วว่า:
(บิสมิ้ลลาฮิรเราะหฮ์มานิ้รร่อฮีม)
ดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้กระทำไว้เป็นแบบอย่างโดยพวกเราจำเป็นต้องปฏิบัติ
ตามท่าน.
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ فَإِذَا قَرَأْتَ الْقُرْآنَ فَاسْتَعِذْ بِاللهِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيْمِ * إِنَّهُ لَيْسَ لَهُ سُلْطَانٌ عَلَى الَّذِيْنَ آمَنُوْا وَعَلَى رَبِّهِمْ يَتَوَكَّلُوْنَ * إِنَّمَا سُلْطَانُهُ عَلَى الَّذِيْنَ يَتَوَلَّوْنَهُ وَالَّذِيْنَ هُمْ بِهِ مُشْرِكُوْنَ }
“ เมื่อท่านจะอ่านอัลกุรอานให้ท่านจงขอป้องกันด้วยอัลเลาะห์จากชัยตอนที่ถูกสาปแช่งแท้จริงมันไม่มี
อำนาจใดๆต่อบรรดาผู้มีศรัทธา โดยที่พวกเขามอบหมายต่อองค์อภิบาลของพวกเขา ความจริงอำนาจของมัน
จะมีเหนือพวกที่เป็นมิตรกับมันและพวกที่ตั้งภาคีกับมัน“ (อันนะห์ลิ: 98-100)
4- มุสลิมสมควรที่จะอ่านอัลกุรอานอย่างสุขุม สงบนิ่งให้มีท่วงทำนองที่
ไพเราะ, โดยอ่านอย่างถูกต้อง, ประกอบด้วยการออกเสียงที่ถูกต้อง, ทั้งการอ่านหน่วงเสียง(ฆุนนะห์)
การอ่านลากเสียงยาว(มัดด์), อ่านโดยมีหลักอิซฮาร, อิคฟาอ์, อิดฆอม, และอื่นๆที่เป็นข้อกำหนดของการ
อ่าน.
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ يَاأَيُّهَا الْمُزَّمِّلْ * قُمِ الَّيْلَ إِلاَّ قَلِيْلاً * نِصْفَهُ أَوِ انْقُصْ مِنْهُ قَلِيْلاً * أَوْ زِدْ عَلَيْهِ وَرَتِّلِ الْقُرْآنَ تَرْتِيْلاً }
“ โอ้ผู้ที่คลุมร่างเจ้าจงลุกขึ้นละหมาดในเวลากลางคืนเถิดเว้นแต่เวลาเพียงเล็กน้อย ครึ่งหนึ่งของเวลา
กลางคืนหรือน้อยกว่านั้นเล็กน้อยหรือมากกว่านั้นและจงอ่านอัลกุรอ่านอย่างเนิบๆ ชัดถ้อยชัดคำ
(อ่านแบบตัรตีล) “ (อัลมุซซัมมิ้ล: 1-4)
ความหมายของคำว่าตัรตีลคือ: ออกเสียงแต่ละอักษรและคำได้ถูกต้องทั้งด้านการลากเสียงยาว
(มัดด์) การรวมอักษร(อิดฆอม) และข้อกำหนดของตัจวีดอื่นๆ.
5- มุสลิมทั้งชายและหญิงจะต้องพินิจพิเคราะห์ข้อความที่อ่าน เพราะการพินิจพิเคราะห์นี้ตลอดจนการรับ
ฟังคำตักเตือนและการไตร่ตรองถือเป็นเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของการอ่าน, โดยให้หัวใจจดจ่ออยู่กับการ
ใคร่ครวญถึงความหมายของข้อความที่อ่าน, โดยให้ความรู้สึกอารมณ์และความคิดสอดรับกับทุกๆ
อายะห์ที่อ่าน.
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ كِتَابٌ أَنْزَلْنَاهُ إِلَيْكَ مُبَارَكٌ لِيَدَّبَّرُوْا آيَاتِهِ وَلِيَتَذَكَّرَ أُولُوا اْلأَلْبَابِ }
“คัมภีร์ที่เราได้ประทานลงมายังเจ้านี้มีความดีที่เพิ่มพูน เพื่อพวกเขาจะได้พินิจพิเคราะห์อายะห์ต่างๆ
ของอัลกุรอานและเพื่อพวกที่มีสติปัญญาจะได้ใคร่ครวญ“ (ซอดด์:29)
ขณะที่ท่านนบี(ซ.ล) อ่านอัลกุรอาน, เมื่อท่านอ่านถึงอายะห์ที่กล่าวถึงเรื่องการขออภัยโทษ ท่านก็จะ
วิงวอนขออภัยโทษ, และเมื่อท่านอ่านอายะห์ที่มีคำสดุดี(ตัสบีฮ์) ท่านก็จะกล่าวคำสดุดี, และเมื่ออ่านอายะห์
ที่มีคำวิงวอนท่านก็จะวิงวอน..
6- ผู้อ่านอายะห์อัลกุรอานจะต้องรู้สึกสะเทือนใจต่อสัญญาตอบแทนความดีและสัญญาตอบแทนความชั่ว,
นี่คือสภาพของผู้มีศรัทธาที่แท้จริงดังอัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ قُلْ آمَنُوْا بِهِ أَوْ لاَ تُؤْمِنُوْا إِنَّ الَّذِيْنَ أُوْتُوا الْعِلْمَ مِنْ قَبْلِهِ إِذَا يُتْلَى عَلَيْهِمْ يَخِرُّوْنَ لِلأَذْقَانِ سُجَّدًا * وَيَقُوْلُوْنَ سُبْحَانَ رَبِّنَا إِنْ كَانَ وَعْدُرَبِّنَا لَمَفْعُوْلاً * وَيَخِرُّوْنَ لِلأَذْقَانِ يَبْكُوْنَ وَيَزِيْدُهُمْ خُشُوْعًا }
“จงกล่าวเถิดมุฮำหมัดพวกท่านจะศรัทธาต่ออัลกุรอานหรือไม่ศรัทธาก็ตามแท้จริงพวกที่ได้รับความรู้ก่อน
หน้านั้นเมื่อมีผู้อ่านอัลกุรอานให้พวกเขาฟัง พวกเขาจะหมอบลงใบหน้าจรดพื้นเพื่อสุหยูดและพวกเขาจะ
กล่าวว่าองค์อภิบาลของพวกเราทรงสะอาดบริสุทธิ์แท้จริงสัญญาขององค์อภิบาลของพวกเรานั้นต้องถูกปฏิบัติ
อย่างแน่นอนและพวกเขาจะมอบลงใบหน้าจรดพื้นร้องไห้และมันจะเพิ่มความสำรวมให้แก่พวกเขา“
(อัลอิสรออ์: 107-109)
ปรากฏในฮะดีษซอเฮียะฮ์ซึ่งนำออกรายงานโดยอิหม่ามบุคอรีจากอับดุลเลาะห์บินมัสอูด(ร.ด)ว่า
ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้กล่าวแก่ฉันว่าโอ้อับดุลเลาะห์จงอ่านส่วนหนึ่งจากคัมภีร์ของอัลเลาะห์ตาอาลา
ให้ฉันฟังเถิด. ฉันกล่าวแก่ท่านว่า: โอ้ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ฉันจะอ่านคัมภีร์ของอัลเลาะห์ให้ท่านฟังหรือทั้งที่
คัมภีร์นั้นถูกประทานลงมายังท่าน? ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ตอบว่า: “ ถูกแล้วฉันต้องได้ยินคัมภีร์จากคนอื่น
“ ฉันจึงได้อ่านให้ท่านฟังหลายอายะห์จากซูเราะห์อันนิซาอ์จนถึงคำดำรัสของอัลเลาะห์ตาอาลาที่ว่า:
{ فَكَيْفَ إِذَا جِئْنَا مِنْ كُلِّ أُمَّةٍ بِشَهِيْدٍ وَجِئْنَا بِكَ عَلَى هؤُلآءِ شَهِيْدًا }
“แล้วอย่างไรเล่าเมื่อเรานำพยานคนหนึ่งมาจากแต่ละประชาชาติและเราได้นำเจ้ามาเป็นพยานต่อคนเหล่านี้“
( อันนิซาอ์: 41)
ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้กล่าวว่า: พอแล้วอับดุลเลาะห์! ฉันได้หันไปมองท่านพบว่าดวงตา
ทั้งสองข้างของท่านมีน้ำตานอง– คือมีน้ำตาไหล.
7- มุสลิมจะต้องทำเสียงให้ไพเราะในการอ่านอัลกุรอาน, แต่จะต้องไม่ออกนอกหลักของวิชาตัจวีด,จะต้องไม่
ออกเสียงแต่ละอักษรแต่ละคำผิดไปจากฐานเสียงที่ถูกต้อง, โดยไม่อ่านเป็นทำนองเพลงหรือเสแสร้งอ่าน
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีความเคารพและขาดระเบียบและมารยาทที่ผู้อ่านอัลกุรอานและผู้ฟังจะต้องมี.
ปรากฏในฮะดีษว่า:
“ ท่านทั้งหลายจงประดับอัลกุรอานให้สวยงามด้วยเสียงของพวกท่าน“ รายงานโดย อะบูดาวูดและน่าซาอี.
ในอีกฮะดีษหนึ่งว่า: ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล)ได้ยินอะบูมูซาอัลอัชอะรีย์(ร.ด) กำลังอ่านอัล
กุรอานด้วยเสียงที่ไพเราะ, ท่านได้กล่าวแก่เขาว่า: แท้จริงท่านได้รับขลุ่ยหนึ่งจากบรรดาขลุ่ยของวงศ์วาน
ดาวูด– หมายความว่าอัลเลาะห์ตาอาลาได้ประทานเสียงที่ไพเราะให้แก่ท่านในการอ่านอัลกุรอาน– อะบู
มูซาได้กล่าวแก่ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ว่าโอ้ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์ ถ้าหากฉันรู้ว่าท่านกำลังฟังฉันอ่าน ฉันจะต้องทำ
ให้มันไพเราะเพื่อท่านอย่างแน่นอน“ รายงานโดยอะห์มัด
มีสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บางคนเข้ารับอิสลามคือการที่พวกเขาได้ยินการอ่านอัลกุรอานของอะบูบักร์อัซ
ซิดดีก(ร.ด) ขณะที่เขาอ่านอัลกุรอานด้วยเสียงที่เร้าอารมณ์ไพเราะ, เป็นเหตุที่ทำให้คนระดับหัวหน้าของพวก
มุชริกีนห้ามพวกผู้ชายและพวกผู้หญิงฟังการอ่านอัลกุรอานของอะบูบักร์อัซซิดดีก.
และอัลกุรอานได้เล่าเรื่องนี้ไว้ในคำดำรัสของอัลเลาะห์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกรว่า:
{ وَقَالَ الَّذِيْنَ كَفَرُوْا لاَ تَسْمَعُوْا لِهذَا الْقُرْآنِ وَالْغَوْا فِيْهِ لَعَلَّكُمْ تَغْلِبُوْنَ }
“และพวกที่ปฏิเสธได้กล่าวว่าพวกท่านอย่าฟังอัลกุรอานนี้แต่จงทำเสียงอึกทึกในขณะนั้นหวังว่าพวกท่านจะ
ได้ชัยชนะ“ (ฟุซซิลัต: 26)
และนอกเหนือจากที่กล่าวนี้ก็คือการสอนอัลกุรอานเป็นฟัรดูกิฟายะห์, การจดจำอัลกุรอานเป็นหน้าที่
ของประชากรอิสลามทุกคน, เมื่อมีบางคนทำหน้าที่นี้แล้วคนอื่นๆก็จะพ้นความรับผิดชอบไป, แต่ถ้าหากทุก
คนละเลยหน้าที่เรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอานและจดจำอัลกุรอาน ทุกคนก็จะมีบาป.
มีฮะดีษซอเฮียะฮ์กล่าวว่า:“คนที่ดีที่สุดของพวกท่านคือผู้ที่เรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอาน“
นักวิชาการมีทัศนะแตกต่างกันในเรื่องอนุญาตให้รับค่าจ้างสอนอัลกุรอานและค่าจ้างสอนผู้อื่นให้
จดจำอัลกุรอานหลายทัศนะ, นักวิชาการตรวจสอบ(มุฮักกิกูน) ให้น้ำหนักว่าอนุญาตให้รับค่าจ้างได้เพราะ
อิหม่ามบุคอรีได้รายงานไว้ในหนังสือซอเฮียะฮ์ของท่านจากอิบนิอับบาส(ร.ด) ว่าท่านรอซูลุ้ลเลาะห์
(ซ.ล) ได้กล่าวว่า: “สิ่งที่พวกท่านสมควรรับค่าจ้างมากที่สุดคือคัมภีร์ของอัลเลาะห์ตาอาลา“ รายงานโดย
บุคอรี
แต่ถึงกระนั้นนักวิชาการมีความเห็นพ้องต้องกันว่าการไม่เอาค่าจ้างสอนอัลกุรอานและค่าจ้างสอน
ท่องจำอัลกุรอานนั้นดีที่สุดและประเสริฐที่สุดเพราะเป็นมารยาทของนบีทั้งหลายดังอัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า
:
{ قُلْ مَا أَسْئَلُكُمْ عَلَيْهِ مِنْ أَجْرٍ وَمَا أَنَا مِنَ الْمُتَكَلِّفِيْنَ }
“ จงกล่าวเถิดโอ้มุฮำหมัดว่าฉันไม่ได้ขอค่าตอบแทนจากพวกท่านในการทำหน้าที่นี้และฉันไม่ได้เป็นพวกที่
หลอกลวงอ้างสิทธิ์“ (ซอดด์: 86)

banner


๑๕-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1530 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๕-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1406 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1534 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1645 ถามตอบจุฬา Super User
คำถามที่ 37 อิดดะห์มีกี่อย่าง จะหมดอิดดะห์อย่างไร ?
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1456 ถามตอบจุฬา Super User
คำถามที่ 36 การตะฮั้ลลุ้ลเอาวั้ล ในพิธีฮัจญ์ทำอย่างไร เข้าเวลาเมื่อไหร่ พร้อมกันไหม ?
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1433 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1438 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1401 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1506 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2374 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2277 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2454 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2802 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2404 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2427 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2474 ถามตอบจุฬา Super User
คนใบ้ จะเป็นวะลี แต่งงานลูกสาวของตน จะทำอย่างไร ?
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2448 ถามตอบจุฬา Super User
Read morebanner

บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)
...











บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)







