motigo
sta

joomla stats

static
ประวัติอัลอัซฮัร

ประวัติ อัลอัซฮัร

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1689

วิทยาเขตต่างๆ

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1690

การเตรียมตัว

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1544

อุลูมุ้ล กุรอาน

11. ตัฟซีรอัลกุรอาน

๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3065

who

มี 48 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

9.สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน

 

 

9-สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอาน

 

1-    พวกซอฮาบะห์เห็นสิ่งที่รอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล)ปฏิบัติอยู่เป็นประจำอันได้แก่การจดจำอัลกุรอาน  การ

ปฏิบัติตามข้อใช้และข้อห้ามของอัลกุรอาน  การดังกล่าวทำให้พวกเขาถือว่าอัลกุรอานเป็นสิ่งที่จะต้องให้

ความสำคัญเป็นลำดับแรก  พวกเขาจึงแข่งขันกันท่องและจดจำอัลกุรอาน  และชิงกันทบทวนและทำ

ความเข้าใจ, และถือเอาจำนวน    อัลกุรอานที่จดจำได้เป็นเครื่องวัดเกียรติยศของพวกเขา…

 

          มีบางคนที่ไม่อาจไปรับฟังอัลกุรอานจากท่านนบี(ซ.ล) ได้ด้วยตนเอง เขาจะมอบหมายให้คนอื่นไป

รับฟังจากท่านนบีและกลับมาอ่านให้เขาฟัง.

 

2-    และยังมีแรงจูงใจอีกหลายประการที่ช่วยให้บรรดาซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอานที่สำคัญได้แก่:

(ก)   แบบอย่างที่ดีที่มีต้นแบบจากท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) พวกเขาเห็นท่านมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง

ต่ออัลกุรอานจึงเป็นแรงกระตุ้นให้พวกเขาจดจำอัลกุรอานเป็นการเจริญรอยตามท่านนบี

(ข) พวกเขามีความรักอย่างจริงใจต่ออัลกุรอานเป็นความรักที่เข้าครองความรู้สึกต่างๆของพวกเขา   และทำ

ให้พวกเขาไม่สนใจสิ่งอื่นไม่ว่าจะเป็นวิชาการแขนงใด, ทั้งนี้เพราะสิ่งที่อัลกุรอานมีอยู่อย่างครบครันอันได้แก่

บทบัญญัติที่เต็มไปด้วยวิทยปัญญา, คำแนะนำที่สูงส่งสำนวนโวหารที่เกินคำบรรยาย  ที่ทำให้ทุกคนพูดไม่

ออก, ที่ทำให้ผู้คัดค้านและหยิ่งยโสต้องสงบปากสงบคำ.

 

(ค) บรรดาซฮาบะห์โดยภาพรวมแล้วพวกเขาเป็นพวกที่อ่านไม่ออกเขียนไม่เป็น(อุมมียีน), และผู้ที่

เป็นอุมมีย์) นั้นสิ่งแรกที่เขาใช้เป็นหลักก็คือความสามารถในการจำและความสามารถในการทบทวน

ในสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับเขาที่จะต้องจดจำและทบทวน, เพราะมันเป็นสื่อเพียงอย่างเดียวสำหรับ

การรับเอาไว้ให้ได้ทั้งหมดในสิ่งที่เขาต้องการรับเอาไว้, ดังนั้นบรรดาซอฮาบะห์จึงอาศัย

ความสามารถจดจำของพวกเขาในการจดจำคัมภีร์ของอัลเลาะห์, และรับรู้ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์

ของพระองค์.

 

          เป็นที่รู้กันดีว่าชาวอาหรับมักถูกหยิบยกเป็นตัวอย่างในเรื่องความจดจำที่รวดเร็วของพวกเขา… ดังนั้น

พวกเขาจึงใช้ความสามารถพิเศษดังกล่าวจดจำอัลกุรอานและซุนนะห์ของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์.

 

 

(ง) ท่านนบี(ซ.ล) ส่งเสริมซอฮาบะห์ของท่านและส่งเสริมมวลมุสลิมทั้งหลายในทุกยุคและทุกหนแห่งให้

จดจำอัลกุรอาน,  และได้เตือนพวกเขาให้ระวังการลืมอัลกุรอาน, สิ่งที่แสดงออกให้เห็นว่าท่านนบีส่งเสริมให้

พวกเขาจดจำอัลกุรอานก็คือ: การที่ท่านได้บอกแก่พวกเขาว่าอัลกุรอานจะช่วยเหลือผู้ที่อ่านและจดจำอัล

กุรอานในวันกิยามะห์… และพวกเขาจะมีตำแหน่งต่างกันด้วยเหตุของการจดจำอัลกุรอาน… และยังได้บอก

 ข่าวดีแก่ผู้ที่อ่านและจดจำอัลกุรอานว่าจะได้รับผลบุญมากมายและผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่จากอัลเลาะห์…

และท่านได้บอกพวกเขาว่าคนที่ดีคือคนที่เรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอานให้แก่ผู้อื่น… ส่วนคำเตือนของ

ท่านที่ได้เตือนพวกเขาไว้ก็คือให้ระวังการลืมและการทอดทิ้งอัลกุรอาน, สิ่งที่แสดงออกถึงคำเตือนนี้ก็คือท่าน

รอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้ให้สัญญาว่าผู้ใดกระทำดังกล่าวจะมีบั้นปลายที่ชั่วร้าย…

 

          อะบุดาวูดและติรมีซีได้รายงานจากอะนัสว่า: “ บาปต่างๆของประชากรของฉันได้ถูกนำเสนอ

มายังฉัน, ฉันไม่เห็นว่ามีบาปใดที่จะใหญ่ไปยิ่งกว่าซูเราะห์หนึ่งจากอัลกุรอานที่คนหนึ่งได้รับเอาไว้(คือจำได้

แล้ว) ต่อมาเขาได้ปล่อยให้ลืมไป“

 

          ความหมายที่ว่าลืมในที่นี้ก็คือ: ทอดทิ้งและเพิกเฉยต่อซูเราะห์นั้น, ส่วนการลืมที่เป็นธรรมชาติของ

มนุษย์นั้นไม่ใช่ความหมายในที่นี้,  การรักษาอาการลืมอัลกุรอานก็คือต้องอ่านอัลกุรอานเป็นประจำด้วยหัวใจ

บริสุทธิ์และด้วยความจริงจัง.

 

(ฉ) นับเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอานอีกเช่นกันคือการที่อัลกุรอานทยอยประทานลงมา

(แบบตันญีม) ดังได้กล่าวมาแล้ว  และเมื่ออัลกุรอานถูกประทานลงมาหนึ่งอายะห์หรือหลายอายะห์พวกเขา

จะรีบจดจำทันทีที่รอซูลุ้ลเลาะห์แจ้งให้พวกเขาทราบ, ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังนำไปให้ผู้อื่นที่ไม่ได้รับฟังจากรอ

ซู้ลุ้ลเลาะห์โดยตรงจดจำอีกด้วย, และท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้ส่งซอฮาบะห์ที่จดจำอัลกุรอานไปยังบาง

ท้องถิ่นเพื่อเผยแพร่อิสลามและสอนให้จดจำอัลกุรอาน.

 

          เหล่านี้คือแรงกระตุ้นและแรงจูงใจบางประการที่ช่วยทำให้ซอฮาบะห์จดจำอัลกุรอานและปฏิบัติตาม

หลักการในอัลกุรอานอันได้แก่การชี้นำและข้อกำหนดต่างๆ.

 

3-    ภายหลังจากท่านนบี(ซ.ล) ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลเลาะห์แล้ว, มวลมุสลิมก็ยังคงปฏิบัติ

ต่ออัลกุรอานอย่างสมบูรณ์ยิ่ง, พวกตาบิอูนได้จดจำอัลกุรอานจากซอฮาบะห์, และพวกที่อยู่ในรุ่นถัดไปก็ได้

จดจำอัลกุรอานไปจากพวกตาบิอูน... และเป็นดังนี้ต่อๆกันไปมีทั้งรายบุคคลและกลุ่มคนที่ต่างก็ได้

ถ่ายทอดอัลกุรอานไปจากกลุ่มชนด้วยปากต่อปากและด้วยการเขียนบันทึก, จนอัลกุรอานแพร่ไปยังหัวเมือง

ต่างๆอย่างทั่วถึงจากยุคหนึ่งถึงอีกยุคหนึ่งโดยไม่มีความแตกต่างกันเลยสักอายะห์เดียวของอัลกุรอาน, และ

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือแม้เพียงคำเดียวของอัลกุรอานก็ไม่มีการขัดแย้งกัน…

 

4-    แต่นักวิชาการมุสลิมมีความพอใจแล้วหรือกับการที่พวกเขาจดจำอัลกุรอานได้และสอนให้ผู้อื่นได้จดจำในยุคสมัยต่างๆกัน  ?

 

          คำตอบสำหรับคำถามข้อนี้เราขอตอบว่านักวิชาการมุสลิมยังไม่มีความพอใจอยู่เพียงเท่านั้น  แต่พวก

เขาได้ทำให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้นโดยเอานำวิชาความรู้ที่อัลเลาะห์ได้ประทานให้แก่พวกพวกเขามารับใช้

คัมภีร์ของพระองค์… นักวิชาการด้านไวยากรณ์ได้ใช้วิชาความรู้ของเขาปกป้องอัลกุรอานให้พ้นจากความ

ผิดพลาดทางด้านไวยากรณ์และการออกเสียงผิด. นักวิชาการด้านความลึกซึ้งทางภาษา(บะลาเฆาะห์) ใช้วิชา

ความรู้ของเขาเปิดเผยความเร้นลับทางด้านความลึกซึ้งที่มีอยู่ในอัลกุรอาน… นักวิชาการด้านนิติศาสตร์อิสลาม

 (ฟิกฮ์) ใช้ความรู้ของเขาวิเคราะห์เอาข้อกำหนด(ฮุก่ม)ออกมา… นักวิชาการทางด้านอะกีดะห์(หลักศรัทธา)

 และปรัชญาได้ใช้ความรู้ของเขาเพื่อนำหลักฐานมายืนยันว่าหลักการของอิสลามนั้นถูกต้องแล้ว…

 

และนักวิชาการด้านการอ่านได้ใช้วิชาความรู้ของเขาปรับปรุงการอ่านให้ถูกต้องตามหลักตัจวีดและ

ท่วงทำนองที่ไพเราะ.. และถ้าหากท่านต้องการเห็นทั้งหมดที่กล่าวมาอย่างชัดเจนก็ให้กลับไปทบทวน

ดูสิ่งที่นักวิชาการได้เขียนไว้ในตัฟซีรอัลกุรอาน.

 

          ท่านจะพบว่านักวิชาการบางคน–เช่นอิบนุญะรีรอัตตอบรี–เขาจะให้ความสำคัญกับการอธิบาย

ความหมายอัลกุรอานด้วยตัวบทที่มีรายงานมาจากท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล), ที่มีมาจากซอฮาบะห์และตาบิอีน

 เป็นส่วนใหญ่จากนั้นท่านก็จะให้น้ำหนักแก่สายรายงานต่างๆและทัศนะต่างๆที่มีมา…

 

          ท่านจะพบอีกพวกหนึ่งเช่นซัมมัคชารีย์ในหนังสือตัฟซีรของเขาจะเน้นหนักด้านความลึกซึ้งของ

ภาษา(บะลาเฆาะห์) ในอัลกุรอาน, และเผยให้เห็นความงดงามของข้อเปรียบเทียบต่างๆ…

 

          ท่านจะพบกับพวกที่สามเช่นอะบีฮัยยานในหนังสือตัฟซีรของเขาชื่อ(อัลบะห์รุ้ลมุฮีต) ให้

ความสำคัญกับแนวทางการเอียะอ์รอบ, และผสมผสานระหว่างตัวอักษรตามที่ปรากฏในอายะห์กับแนวทางของ

นักไวยากรณ์…

 

          ท่านจะพบกับพวกที่สี่–ได้แก่ท่านกุรตุบีย์ในตัฟซีรของเขาที่ชื่อ: อัลญาเมียะอ์ลิอะห์กามิ้ลกุรอาน,

 เขาจะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เพื่อนำเอาข้อกำหนดต่างๆทางด้านนิติศาสตร์อิสลามออกมาจากอายะห์

ต่างๆของอัลกุรอาน, และอธิบายถึงทัศนะต่างๆของนักวิชาการ…

 

          ท่านจะพบกับพวกที่ห้า- ผู้นำของกลุ่มนี้คืออัลฟัครุรรอซีย์– ในหนังสือตัฟซีรของเขาจะให้

ความสำคัญกับการปกป้องหลักอะกีดะห์และนำหลักฐานมายืนยันทั้งหลักฐานที่เป็นตัวบทจากอัลกุรอานและ

ซุนนะห์(นักลียะห์) และหลักฐานทางปัญญา(อักลียะห์) ว่าหลักการของอิสลามเป็นสิ่งที่ถูกต้องส่วนความ

เคลือบแคลงของพวกที่ปฏิเสธนั้นเป็นสิ่งมดเท็จ,  มีนักวิชาการด้านตัฟซีรบางคนที่พยายามรวมแนวทางต่างๆ

เหล่านี้เข้าด้วยกันทั้งหมด– เช่นอิหม่ามอัลอาลูซีย์ในตัฟซีรของเขาชื่อ“รูฮุ้ลมะอานีย์”         มุสลิมทุกคนที่มี

ความจริงใจต่ออิสลามก็จะเป็นเช่นนี้คือใช้วิชาความรู้ที่อัลเลาะห์ตาอาลาได้ประทานให้แก่เขารับใช้อัลกุรอาน,

ซึ่งเป็นมัวะอ์ญิซะห์อันยิ่งใหญ่ของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล).

 

Share on Myspace

สอง : ฮะดีษมุรซัล

 

 

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1484

ฮะดีษมุอัลลัก

 

 

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1859

hood

test

๒๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:2079

 

 

๐๙-๐๒-๒๕๕๕ Hits:267

8-  การเสียสละ

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:332

7-  ความอดทน

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:347

5- ความกตัญญู

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:353

4- ความสะอาด

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:357

3-    ความรับผิดชอบ

๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:2320

2-    ความซื่อสัตย์

๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:2372

1- การตรงต่อเวลา

๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:2541

ภูมิหลังของอิสลาม.

๒๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:2680

นบีอิดรีส ตอนที่1

 

 

๑๙-๐๘-๒๕๕๔ Hits:3186

นบีอาดัม ตอนที่3

 

 

๑๘-๐๘-๒๕๕๔ Hits:2638

  • TEST3
next
prev
banner5 pic

banner

banner6
banner7

banner

banner6