motigo
sta

joomla stats

static
ประวัติอัลอัซฮัร

ประวัติ อัลอัซฮัร

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1689

วิทยาเขตต่างๆ

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1690

การเตรียมตัว

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1544

อุลูมุ้ล กุรอาน

11. ตัฟซีรอัลกุรอาน

๑๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:3065

who

มี 45 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

8. การรวบรวมอัลกุรอานและการติดตามอัลกุรอาน

 

 

8- การรวบรวมอัลกุรอานและการติดตามอัลกุรอาน

 

1- คำว่า“รวบรวมอัลกุรอาน”  บางครั้งอาจหมายถึงการจดจำไว้ในใจ  บางครั้งก็หมายถึงการบันทึกลงใน

สิ่งต่างๆที่บันทึกได้.

          สำหรับการรวบรวมอัลกุรอานในความหมายที่ว่าจดจำไว้ในใจนั้นเป็นเป้าหมายสำคัญของท่านรอซูลุ้ล

เลาะห์(ซ.ล) และเหล่าซอฮาบะห์ของท่านเพราะอัลกุรอานถูกประทานลงมายังท่านนบี(ซ.ล) อย่างค่อยเป็น

ค่อยไปตามแต่เหตุการณ์และภาวะต่างๆที่เกิดขึ้น  ท่านนบี(ซ.ล) ได้รับอัลกุรอานด้วยความอยากได้และด้วย

การให้ความสำคัญอย่างยิ่งถึงขึ้นที่ว่าท่านนบี(ซ.ล) บางครั้งพยายามออกเสียงอายะห์ที่ลงมาก่อนที่    ญิบรีล

จะออกเสียงอายะห์นั้นเสร็จ.

 

          ที่ท่านนบี(ซ.ล) ทำอย่างนั้นเพราะต้องการรีบจดจำอัลกุรอาน, และเก็บรวบรวมไว้ในใจเพราะกลัวว่า

จะมีคำใดสูญหายไปหรืออักษรใดตกหล่นไป  เหตุการณ์ดำเนินไปในลักษณะอย่างนี้  จนอัลเลาะห์ผู้สร้างที่

ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกรได้ให้ความมั่นใจแก่ท่านนบี(ซ.ล)  ว่าพระองค์จะรวบรวมอัลกุรอานให้แก่ท่านอยู่

ในใจของท่านและห้ามท่านรีบอ่านก่อนที่ญิบรีลจะอ่านให้ท่านฟังเสร็จ  อัลเลาะห์ ตาอาลาตรัสว่า

 

{ لاَ تُحَرِّكْ لِسَانَكَ لِتَعْجَلَ بِهِ * إِنَّ عَلَيْنَا جَمْعَهُ وَقُرْآنَهُ * ثُمَّ إِنَّ عَلَيْنَا بَيَانَهُ }

 

“โอ้มุฮำหมัดเจ้าอย่างขยับลิ้นของเจ้าอ่านอัลกุรอาน  เพราะเจ้ารีบร้อนอ่านก่อนที่ญิบรีลจะอ่านเสร็จ  แน่แท้

เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรวบรวมอัลกุรอานไว้ในอกของเจ้าและเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องอ่านอัลกุรอาน

เพื่อให้เจ้าจดจำดังนั้นเมื่อเราได้ให้ญิบรีลอ่านอัลกุรอานให้เจ้าฟังเจ้าจงอ่านตามโดยไม่ต้องรีบร้อน  หลังจาก

นั้นก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะอธิบายอัลกุรอาน“  (อัลกิยามะห์16- 19)

 

หมายความว่า: โอ้ศาสนทู๖ผู้ทรงเกียรติเจ้าอย่าขยับลิ้นของเจ้าอ่านอัลกุรอานก่อนที่ญิบรีลจะอ่านให้เจ้าฟัง

เสร็จสิ้นลงเพราะด้วยความโปรดปรานและเมตตาของเรา   ได้ให้สัญญาไว้ว่าจะรวบรวมอัลกุรอานไว้ในใจ

ของเจ้าและด้วยการที่ญิบรีลอ่านอัลกุรอานให้เจ้าฟัง, ดังนั้นเมื่อญิบรีลได้อ่านอัลกุรอานให้เจ้าฟัง  เจ้าจงอ่าน

ตามการอ่านของเขา, และเป็นหน้าที่ของเราที่จะอธิบายสิ่งที่เร้นลับเหนือท่าน, และที่เหมือนกับอายะห์นี้ก็ได้แก่

คำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:

 

{ فَتَعَالَى اللهُ الْمَلِكُ الْحَقُّ وَلاَ تَعْجَلْ بِالْقُرْآنِ مِنْ قَبْلِ أَنْ يُقْضَى إِلَيْكَ وَحْيُهُ وَقُلْ رِبِّ زِدْنِيْ عِلْمًا }

 

“ ดังนั้นอัลเลาะห์ทรงสูงส่งทรงอำนาจปกครองอย่างแท้จริงและเจ้าอย่าเร่งรีบในการอ่านอัลกุรอานก่อนที่

วะฮีย์ของอัลเลาะห์จะจบลง  และจงกล่าวเถิดว่าข้าแด่องค์อภิบาลของฉันได้โปรดเพิ่มพูนวิชาการให้แก่ฉัน

ด้วยเถิด“  (ตอฮา: 114)

 

    2-สำหรับซอฮาบะห์ของท่านนบี(ซ.ล)นั้นการจดจำอัลกุรอานถือเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของ

พวกเขา,  ทรัพย์สินและบริวารลูกหลานจะไม่ทำให้พวกเขาพะวงจนทอดทิ้งการจดจำอัลกุรอาน,

แต่พวกเขาจะแข่งขันกันจดจำอัลกุรอานไว้ในใจของพวกเขาและชิงกันทบทวนและทำความ

เข้าใจอัลกุรอาน  และจำนวนอัลกุรอานที่จดจำไว้ได้จะเป็นเครื่องวัดความมีเกียรติของพวกเขา,

ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล)ส่งเสริมพวกเขาอย่างจริงจังให้จดจำอัลกุรอานอย่างไม่มีอะไรเกินหน้า

 

  ดังคำพูดของท่านที่ว่า:

“ คนที่ดีของพวกท่านคือผู้ที่เรียนอัลกุรอาน  และสอนอัลกุรอาน“

อุบาดะห์บินซอมิด(ร.ด) กล่าวว่า: “ คนหนึ่งเมื่อต้องการอพยพท่านนบี(ซ.ล) จะส่งเขาไปหาคนหนึ่ง

จากพวกเราเพื่อให้สอนอัลกุรอานแก่เขา, และเคยเกิดเสียงอึกทึกอันเนื่องมาจากการอ่านอัลกุรอานในมัสยิดของ

ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล)  จนในที่สุดท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ได้ใช้พวกเขาให้ลดเสียงลงเพื่อไม่ให้พวกเขา

สับสน“

          และเนื่องมาจากความรักอันแรงกล้าที่จะจดจำอัลกุรอาน, ทำให้จำนวนผู้จดจำอัลกุรอานในยุคท่านนบี

มีมาก.

 

          ส่วนหนึ่งของผู้ที่จดจำอัลกุรอานคือ: คอลีฟะห์อัรรอชิดูนทั้งสี่ท่านและคนอื่นๆอีกเช่นตอลฮะห์

บินอุบัยดิ้ลลาห์, สะอัดบินอะบีวักกอส, อับดุลเลาะห์บินอุมัร, อับดุลเลาะห์บินอัมร์บินอัลอาส, อุบัยย์

 บินกะอับ, และเซดบินซาบิต(ร.ด).

 

สรุปความ: มีซอฮาบะห์เป็นจำนวนมากที่จดจำอัลกุรอานได้ทั้งหมดในขณะที่ท่านนบี(ซ.ล) มีชีวิตอยู่,

 หรือจดจำได้น้อยกว่านั้น, ซึ่งแต่ละคนจะจดจำตามกำลังความสามารถของตน,  ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีส่วน

ร่วมกันในความรักที่มีต่ออัลกุรอาน, และปรารถนาจะจดจำและรับฟังอัลกุรอาน.

 

3-การรวมอัลกุรอานในความหมายที่ว่า: เป็นการจดจำอัลกุรอานไว้ในใจนั้นไม่ได้ห้าม

 

ที่ซอฮาบะห์จะบันทึกอัลกุรอานเป็นลายลักษณ์อักษร  ตามแต่สื่อในการเขียนและอุปกรณ์การเขียนจะ

เอื้ออำนวยให้ในยุคนั้น. และการบันทึกอัลกุรอานได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ในสามยุคคือ:

 

ยุคที่หนึ่ง: เป็นการรวบรวมในชีวิตของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล),  ท่ารอซูลุ้ลเลาะห์    (ซ.ล) ได้แต่งตั้งผู้ทำ

หน้าที่บันทึกอัลกุรอานเมื่อถูกประทานลงมาที่เป็นซอฮาบะห์ชั้นนำหลายท่านได้แก่คอลีฟะห์อัรรอชิดูนทั้งสี่

ท่าน, เซดบินซาบิต, อุบัยย์บินกะอับ, อับบานบินสะอีด, และท่านอื่นๆ.

 

          เล่าจากอิบนิอับบาส(ร.ด) ว่าเขาได้กล่าวว่า: ท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) นั้นเมื่อมีซูเราะห์หนึ่งหรือ

หนึ่งอายะห์หรือหลายอายะห์ถูกประทานลงมาท่านจะเรียกผู้ทำหน้าที่บันทึกมาและกล่าวแก่พวกเขาว่า:

 

“ พวกท่านจงใส่ซูเราะห์นี้หรืออายะห์นี้หรือหลายๆอายะห์นี้ไว้ในที่นั้นๆซึ่งท่านจะระบุที่ให้“

 

มีซอฮาบะห์บางท่านบันทึกอัลกุรอานหรือฮะดีษที่เขาได้ยินมาจากท่านนบี   (ซ.ล) เช่นอับดุลเลาะห์

บินอัมร์บินอัลอาส(ร.ด),  บางคนพอใจในสิ่งที่เขาจดจำไว้ในใจเพราะเขาเป็นอุมมีย์ไม่รู้จักการอ่านเขียน,  โดยทั่วไปแล้วซอฮาบะห์ทั้งหลายเป็น  อุมมีย์คือไม่รู้จักการอ่านเขียน  พวกเขาใช้วิธีการจดจำสิ่งที่ควรจะ

จดจำอันได้แก่สายตระกูล  ประวัติศาสตร์ของพวกเขาและคำโคลงของพวกเขาโดยอาศัยความจำของเขาที่

อัลเลาะห์ตาอาลาประทานมันให้แก่พวกเขา.

 

สรุปความ: อัลกุรอานในสมัยท่านนบี(ซ.ล)นั้นซอฮาบะห์บางท่านจดจำไว้ในใจ, บางท่านใช้วิธีการบันทึก

รวมกับที่จดจำไว้ในใจ  เพื่อสิ่งที่จดจำไว้จะได้ตรงกับที่ได้บันทึกไว้.

 

4- เมื่อท่านนบี(ซ.ล) จากไปสู่ความเมตตาของอัลเลาะห์  และอะบูบักร์อัซซิดดีกได้เข้าดำรงตำแหน่งคอ

ลีฟะห์, ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมายเช่นการรบระหว่างมุสลิมกับพวกที่ทิ้งศาสนาอิสลาม(มุรตัดดีน), เป็นเหตุ

ทำให้นักจดจำอัลกุรอานเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากจากการรบหลายครั้งนี้,  เช่นที่เกิดขึ้นในสงครามอัลยะมา

มะห์ซึ่งเกิดขึ้นในปีที่สิบสองภายหลังการฮิจเราะห์–หมายความว่า- : ภายหลังท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซล)

 เสียชีวิตสองปีโดยประมาณ– ซึ่งเป็นเหตุให้นักจดจำอัลกุรอานเสียชีวิตมากกว่าเจ็ดสิบคน.

 

          ด้วยเหตุนี้อุมัรบินคอตตอบจึงได้มาหาอะบูบักร์อัซซิดดีกและกล่าวแก่เขาว่า: “ การสังหารได้

เกิดกับนักจดจำอัลกุรอานอย่างร้ายแรง, ฉันขอเสนอแก่ท่านว่าให้พวกเราบันทึกอัลกุรอานเพื่อรักษาอัลกุรอาน

เอาไว้, ภายหลังจากนักจดจำอัลกุรอานจำนวนมากมายนี้ได้ถูกสังหารในช่วงที่มีการสู้รบกับมุซัยลิมะห์อัลกัซ

ซาบ“. อะบูบักร์  ลังเลใจในครั้งแรกที่จะปฏิบัติตาม,  แต่อุมัรยังคงตามกระตุ้นอะบูบักร์อยู่เสมอจนในที่สุด

ได้ทำให้อะบูบักร์พอใจกับแนวคิดนี้  คือแนวคิดที่จะบันทึกอัลกุรอาน.

 

          ภายหลังจากอะบูบักร์อัซซิดดีก(ร.ด) พอใจกับแนวคิดนี้แล้ว  เขาจึงได้เรียกเซดบินซาบิตซึ่งเป็น

ซอฮาบะห์ที่มีความรู้เรื่องการเขียนดีและจดจำอัลกุรอานได้มาก. และได้สั่งการให้เขาบันทึกอัลกุรอารลงใน

แผ่นกระดาษแผ่นหนังและวัสดุต่างๆที่หาได้ง่ายในยุคนั้น, และมีซอฮาบะห์บางท่านช่วยเหลือเซดในการ

ทำงานสำคัญชิ้นนี้.

 

          หลังจากเซดบิน  ซาบิตได้บันทึกอัลกุรอานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาได้มอบอัลกุรอานที่บันทึกไว้

ให้แก่อะบูบักร์อัซซิดดีก,  ซึ่งอะบูบักร์ได้เก็บรักษาแผ่นหนังและแผ่นกระดาษเหล่านี้ที่บันทึกอัลกุรอานแล้ว

เอาไว้จนเขาเสียชีวิต,  ผู้ดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ที่สองคืออุมัรบินคอตตอบจึงได้รับแผ่นบันทึกอัลกุรอาน

เหล่านี้ไปเก็บรักษาไว้,  และเมื่ออุมัรเสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของอะบูลุอ์ลุอ์อัลมะญูซีย์,บุตรีของท่านอุมัรคือ

อุมมุ้ลมุอ์มินีนฮัฟเซาะห์  (ร.ด) ก็ได้เก็บรักษาแผ่นบันทึกนั้นไว้ต่อไป.

 

5-หลังจากอุสมานบินอัฟฟาน(ร.ด) เข้าดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ภายหลังจากอุมัรบินคอตตอบถูก

สังหารอาณาจักรของอิสลามได้ขยายกว้างออกไปทั้งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก  เหล่าซอฮาบะห์แยกย้าย

กันไปประจำตามหัวเมืองต่างๆ, ชาวหัวเมืองต่างๆได้ศึกษาอัลกุรอานจากซอฮาบะห์ที่มีชื่อเสียงที่ไปประจำอยู่

ในหัวเมืองนั้นๆ.         และได้พบว่ามีการออกสำเนียงการอ่านอัลกุรอานที่ไม่ตรงกันบางอย่างอันมีสาเหตุมา

จากความแตกต่างของภาษาและสำเนียงของแต่ละหัวเมือง,  นักจดจำอัลกุรอานบางคนเริ่มมีการติเตียนกันว่า

อ่านผิด, จนเกือบเป็นเหตุให้เกิดความปั่นป่วน(ฟิตนะห์) ขึ้นในหมู่มุสลิมด้วยกัน, มีซอฮาบะห์ท่านหนึ่งมาหา

อุสมาน(ร.ด) แล้วกล่าวแก่เขาว่า: “ ฉันได้พบกับมวลมุสลิมพวกเขาขัดแย้งกันในเรื่องการอ่านของพวกเขา

 และการขัดแย้งดังกล่าวอาจทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันในหมู่พวกเขา“

 

          อุสมาน(ร.ด) ได้เรียกประชุมซอฮาบะห์อาวุโสทันทีและได้      ปรึกษาหารือกับพวกเขาในเรื่อง

ดังกล่าว,  พวกเขาลงมติกันว่าให้ทำการบันทึกอัลกุรอานเป็นต้นฉบับเรียกว่ามุสฮัฟอิหม่ามด้วยสำเนียงการ

อ่านของชาวกุรอยช์,  ผู้รับทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้คือเซดบินซาบิต, อับดุลเลาะห์  บินอัซซุบัยร์, สะอีด

 บินอัลอาส, อับดุรเราะห์มานบินฮาริษบินฮิชาม, และคนอื่นๆอีก  ที่เป็นนักจดจำอัลกุรอานที่เชื่อถือได้,

  และซอฮาบะห์อาวุโสอีกหลายท่าน,  ในการนี้อุสมาน(ร.ด) ได้เอาแผ่นบันทึกที่ได้บันทึกกันไว้ในยุค

 ของอะบูบักร์, ซึ่งอุมัรบินอัลคอตตอบได้มอบให้แก่ฮัฟเซาะห์บุตรีของตนเก็บรักษาไว้ในช่วงที่ตนดำรง

ตำแหน่งคอลีฟะห์มาและอุสมานได้มอบแผ่นบันทึกดังกล่าวให้แก่ให้แก่เซดบินซาบิตและผู้ช่วยของเขาใน

การบันทึกอัลกุรอาน, หลังจากเซดและคณะได้ทำการบันทึกต้นฉบับของอัลกุรอานที่เรียกว่ามุซฮัฟอิหม่าม

อย่างละเอียดและประณีตแล้ว  อุสมานได้สั่งการให้พวกเขาคัดลอกอัลกุรอานจากต้นฉบับอีกหลายเล่ม,

หลังจากเสร็จสมบูรณ์แล้ว  อุสมานได้ส่งเล่มหนึ่งไปยังอียิปต์, เล่มหนึ่งไปยังอิรัก, และเล่มที่สามไปยังชาม

… จากนั้นอุสมาน(ร.ด) ได้สั่งการให้นักอ่านอัลกุรอานทั้งหลายสอนให้ผู้คนจดจำอัลกุรอานตามแนวทางที่

มุสฮัฟอิหม่ามถูกบันทึกขึ้นมา.

สำหรับงานอันยิ่งใหญ่ที่อุสมานบินอัฟฟาน(ร.ด) ได้กระทำขึ้นนี้  นับเป็นผลงานชิ้นสำคัญในการ

รวบรวมอัลกุรอาน, การจัดเก็บรักษา, และบันทึกอัลกุรอานตามแนวทางที่บรรดาซอฮาบะห์ได้รับมาจากท่าน

รอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) โดยพวกเขาไม่ได้เพิ่มเติมหรือตัดทอนแม้เพียงอักษรเดียว.

 

และดังเช่นนี้ที่อัลเลาะห์ตาอาลาจะปกปักรักษาคุ้มครองคัมภีร์ของพระองค์จวบจนวันกิยามะห์, และ

พระองค์ทรงสัจจะที่ได้ตรัสว่า:

 

{ إِنَّا نَحْنُ نَزَّلْنَا الذِّكْرَ وَإِنَّا لَهُ لَحَافِظُوْنَ }

 

“ แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาและเราจะเป็นผู้พิทักษ์รักษาอัลกุรอาน“ ( อัลฮิจริ: 9)

 

Share on Myspace

สอง : ฮะดีษมุรซัล

 

 

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1484

ฮะดีษมุอัลลัก

 

 

๐๖-๑๒-๒๕๕๔ Hits:1859

hood

test

๒๐-๑๐-๒๕๕๔ Hits:2079

 

 

๐๙-๐๒-๒๕๕๕ Hits:267

8-  การเสียสละ

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:332

7-  ความอดทน

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:347

5- ความกตัญญู

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:353

4- ความสะอาด

๐๘-๐๒-๒๕๕๕ Hits:357

3-    ความรับผิดชอบ

๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:2320

2-    ความซื่อสัตย์

๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:2372

1- การตรงต่อเวลา

๑๒-๑๑-๒๕๕๔ Hits:2541

ภูมิหลังของอิสลาม.

๒๑-๑๐-๒๕๕๔ Hits:2680

นบีอิดรีส ตอนที่1

 

 

๑๙-๐๘-๒๕๕๔ Hits:3186

นบีอาดัม ตอนที่3

 

 

๑๘-๐๘-๒๕๕๔ Hits:2638

  • TEST3
next
prev
banner5 pic

banner

banner6
banner7

banner

banner6