- 8-การปกครองของสมัยอุมัยยะห์.
- 7-มัรวานที่ 2 และการโค่นล้มของราชวงศ์อุมัยยะฮ์.
- 6-สมัยของยะซิดที่ 2 และฮิชาม ( Hisham ).
- 5-อุมัรที่ 2 (ฮ.ศ.99-101 ค.ศ.717-720).
- 4-วะลีดที่ 1 (Walid 1) และสุลัยมาน (Sulaiman).
- 3-มัรวาน(Marwan)และอับดุลมาลิก(Abdul Malik)(ฮ.ศ.64-66 ค.ศ683-685).
- 2-สมัยของยะซิดและมุอาวิยะฮ์ที่ 2.
- 1-มุอาวิยะฮ์.
- 4-ท่านอะลี (Ali).
- 3-ท่านอุษมาน ('Uthman)
7.เหตุใดอัลกุรอานจึงถูกทยอยประทานลงมา
7-เหตุใดอัลกุรอานจึงถูกทยอยประทานลงมา
(ที่เรียกว่าตันญีมหรือมุนัจญัม)
พวกเราทราบกันดีว่าอัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาให้แก่ท่านนบีมุฮำหมัด (ซ.ล) ตลอดระยะเวลา
เกินกว่ายี่สิบปี, มีนักวิชาการกล่าวถึงวิทยปัญญาและเคล็ดลับมากมายของการประทานอัลกุรอานแบบทยอยลง
มา, และที่สำคัญได้แก่:
1- ทำให้จิตใจของท่านนบี(ซ.ล) หนักแน่นและทำให้หัวใจแข็งแกร่งและความหนักแน่นนี้เกิดขึ้น
ในหลายรูปแบบได้แก่:
- อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างบรรดานบีกับพวกพ้อง, อธิบายว่าพวกเขาทำร้ายบีของพวกเขาด้วยวิธีการ
ต่างๆอย่างไร, แต่นบีก็อดทนต่อการคุกคามจนในที่สุดอัลเลาะห์ได้นำชัยชนะมาสู่พวกเขา.
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ وَكُلاًّ نَقُصُّ عَلَيْكَ مِنْ أَنْبَاءِ الرُّسُلِ مَا نُثَبِّتُ بِهِ فُؤَادَكَ }
“และทั้งหมดนี้เราได้บอกเล่าแก่เจ้าถึงเรื่องราวของบรรดาศาสนทูตเพื่อทำให้จิตใจของเจ้าหนักแน่น“ (ฮูด: 120)
และพระองค์ตรัสว่า :
{ فَاصْبِرْ كَمَا صَبَرَ أُولُوا الْعَزْمِ مِنَ الرُّسُلِ }
“ ดังนั้นเจ้าจงอดทนดังเช่นบรรดาศาสนทูตที่มีจิตใจมั่นคงทั้งหลาย ได้อดทนมาแล้ว“ (อัลอะห์ก๊อฟ: 35)
และพระองค์ตรัสว่า :
{ كَذلِكَ مَا أَتَى الَّذِيْنَ مِنْ قَبْلِهِمْ مِنْ رَّسُوْلٍ إِلاَّ قَالُوْا سَاحِرٌ أَوْ مَجْنُوْنٌ }
“ เช่นเดียวกันนั้นยังไม่เคยมีศาสนทูตคนใดที่ได้มายังหมู่ชนที่อยู่ก่อนหน้าพวกเขา
นอกจากพวกเขาจะกล่าวแก่ศาสนทูตนั้นว่าเป็นนักเล่นกลหรือเป็นคนบ้า“ ( อัซซาริยาต: 52)
- ชี้แจงว่าอัลเลาะห์ตาอาลาปกป้องคุ้มครองท่านนบีจากกลอุบายของศัตรู
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า
:
{ يَاأَيُّهَا الرَّسُوْلُ بَلِّغْ مَا أُنْزِلَ إِلَيْكَ مِنْ رَبِّكَ وَإِنْ لَمْ تَفْعَلْ فَمَا بَلَّغْتَ رَسَالَتَهُ وَاللهُ يَعْصِمُكَ مِنَ النَّاسِ إِنَّ اللهَ لاَ يَهْدِى الْقَوْمَ الْكَافِريْنَ }
“ โอ้ผู้เป็นศาสนทูตจงประกาศสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า จากองค์อภิบาลของเจ้าและถ้าหากเจ้าไม่ได้
ปฏิบัติเจ้าก็ไม่ได้ทำหน้าที่ประกาศศาสนาของพระองค์, และอัลเลาะห์จะปกป้องคุ้มครองเจ้าให้พ้นจากมนุษย์
“ (อัลมาอิดะห์: 67)
พระองค์ตรัสว่า :
{ وَاصْبِرْ لِحُكْمِ رَبِّكَ فَإِنَّكَ بِأَعْيُنِنَا وَسَبِّحْ بَحَمْدِ رَبِّكَ حِيْنَ تَقُوْمُ }
“ ดังนั้นเจ้าจงอดทนต่อข้อกำหนดขององค์อภิบาลของเจ้าเถิด เพราะความจริงเจ้าอยู่ในสายตาของเรา และเจ้า
จงสดุดีพร้อมด้วยสรรเสริญองค์อภิบาลของเจ้าขณะที่เจ้าลุกขึ้นยืน“ (อัตตูร: 48)
- อธิบายว่าความสำเร็จในบั้นปลายนั้นจะตกเป็นของศาสนทูตและบริวารดัง ปรากฎในคำดำรัส
ของอัลเลาะห์ตาอาลาที่ว่า:
{ إِنَّا لَنَنْصُرُ رُسُلَنَا وَالَّذِيْنَ آمَنُوْا فِى الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَيَوْمَ يَقُوْمُ اْلأَشْهَادُ }
“ แน่นอนว่าเราจะช่วยเหลือศาสนทูตของเราและพวกที่มีศรัทธาในชีวิตแห่งดุนยานี้และในวันที่ประจักษ์
พยานทั้งหลายจะขึ้นให้การ“ (ฆอฟิร: 51)
- สั่งท่านนบีว่าไม่ต้องเสียใจต่อคนเหล่านั้นที่ไม่ยอมศรัทธา ดังปรากฏในคำดำรัสของอัลเลาะห์
ตาอาลาที่ว่า:
{ فَلاَ تَذْهَبْ نَفْسُكَ عَلَيْهِمْ حَسَرَاتٍ إِنَّ اللهَ عَلِيْمٌ بِمَا يَصْنَعُوْنَ }
“ ดังนั้นเจ้าอย่าปล่อยจิตใจของเจ้าให้โศกเศร้าไปกับพวกเขาเหล่านั้น เพราะแท้จริงัลเลาะห์ทรงทราบสิ่งที่พวก
เขาเหล่านั้นกระทำ“ (ฟาติร: 8)
2- ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการอบรมประชากรอิสลาม:
เราต้องรู้ว่าการดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นมีอยู่ในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจารีตประเพณี การ
ทำธุรกรรมต่างๆ และที่เกี่ยวกับการกินและการดื่ม.
ส่วนสิ่งที่เกี่ยวกับหลักศรัทธา และหลักจรรยาที่ดีงามนั้นอัลกุรอานจะไม่ใช้หลักค่อยเป็นค่อยไป
แต่อัลกุรอานจะใช้ความเด็ดขาดเข้าจัดการตั้งแต่วันแรกที่ท่านนบี (ซ.ล) ได้รับการแต่งตั้งโดยท่านได้ใช้
พวกผู้ตั้งภาคีตั้งแต่วันแรกที่ท่านได้รับการแต่งตั้งให้ทำอิบาดะห์ต่ออัลเลาะห์ตาอาลา เพียงผู้เดียว และใช้ให้
มีจรรยาที่ดีงาม.
ที่ปรากฏชัดในการดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปก็คือ: อัลกุรอานไม่ได้ห้ามการดื่มสุราในวันเดียว,
แต่ได้ห้ามพวกเขาดื่มสุราแบบค่อยเป็นค่อยไป.
เช่นเดียวกับการห้ามดอกเบี้ยที่อัลกุรอานไม่ได้ห้ามในครั้งเดียว แต่อัลกุรอานได้ห้ามหลายขั้นตอน,
โดยเริ่มขั้นตอนแรกจากคำดำรัสของอัลเลาะห์ตาอาลาที่ว่า:
{ وَمَا آتَيْتُمْ مِنْ رِبًا لِيَرْبُوَا فِيْ أَمْوَالِ النَّاسِ فَلاَ يَرْبُوْا عِنْدَ اللهِ وَمَا آتَيْتُمْ مِنْ زَكَاةٍ تُرِيْدُوْنَ وَجْهَ اللهِ فَأُولئِكَ هُمُ الْمُضْعِفُوْنَ }
“ และสิ่งที่พวกเจ้าจ่ายออกไปจากทรัพย์ดอกเบี้ยเพื่อให้มันเพิ่มพูนในทรัพย์สินของมนุษย์ มันจะไม่เพิ่มพูน
ณที่อัลเลาะห์เลยและสิ่งที่พวกเจ้าจ่ายไปจากทรัพย์ซะกาตโดยบริสุทธิ์ใจต่ออัลเลาะห์ พวกเขาเหล่านั้นได้รับ
ตอบแทนทวีคูณ“ (อัรรูม: 39)
จากนั้นจึงไปถึงขั้นตอนที่สอง ในคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
{ يَاأَيُّهَا الَّذِيْنَ آمَنُوْا لاَ تَأْكُلُوْا الرِّبَا أَضْعَافًا مُضَاعَفَةً وَاتَّقُوا اللهَ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُوْنَ }
“ โอ้พวกที่มีศรัทธาทั้งหลายพวกเจ้าอย่ากินทรัพย์ดอกเบี้ยอย่างทบทวีคูณ และพวกเจ้าจงยำเกรงอัลเลาะห์
แน่แท้พวกท่านทั้งหลายจะได้รับความสำเร็จ“ (อาลอิมรอน:130)
แล้วจึงถึงขั้นตอนที่สามที่ตัดสินเด็ดขาดว่าดอกเบี้ยเป็นสิ่งต้องห้ามในคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
{ الَّذِيْنَ يَأْكُلُوْنَ الرِّبَا لاَ يَقُوْمُوْنَ إِلاَّ كَمَا يَقُوْمُ الَّذِيْ يَتَخَبَّطُهُ الشَّيْطَانُ مِنَ الْمَسِّ ذلِكَ بِأَنَّهُمْ قَالُوْا إِنَّمَا الْبَيْعُ مَثْلُ الرِّبَا وَأَحَلَّ اللهُ الْبَيْعَ وَحَرَّمَ الرِّبَا }
“ พวกที่กินดอกเบี้ยพวกเขาไม่อาจยืนทรงตัวอยู่ได้ นอกจากจะมีสภาพเหมือนผู้ที่ถูกชัยตอนทำร้ายเขาจากการ
กระทบกระทั่ง ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขากล่าวว่าการค้าขายก็เหมือนกับดอกเบี้ย, ทั้งที่อัลเลาะห์อนุมัติการค้าขาย
และห้ามดอกเบี้ย“ (อัลบะกอเราะห์: 275)
การดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้จะเห็นได้ชัดในเรื่องฟัรดูของอิบาดะห์, โดยพระองค์ได้เริ่มด้วย
ละหมาด, ซะกาต, ถือศีลอดและทำฮัจญ์.
3- ตอบคำถามที่มีผู้มาถาม:
ท่านนบี(ซ.ล) ได้รับคำถามมากมายบางส่วนมาจากพวกมุชริกีน, บางส่วนมาจากพวกผู้ศรัทธา และอีก
บางส่วนมาจากพวกชาวคัมภีร์.
ในคัมภีร์อัลกุรอานมีอายะห์มากมายที่มีมาในรูปของคำถาม เช่นคำดำรัสของอัลเลาะห์ตาอาลาที่ว่า:
{ يَسْئَلُوْنَكَ عَنِ الْخَمْرِ وَالْمَيْسِرِ قُلْ فِيْهِمَا إِثْمٌ كَبِيْرٌ وَمَنَافِعُ لِلنَّاسِ وَإِثْمُهُمَا أَكْبَرُ مِنْ نَفْعِهِمَا وَيَسْئَلُوْنَكَ مَاذَا يُنْفَقُوْنَ قُلِ الْعَفْوَ كَذلِكَ يُبَيِّنُ اللهُ لَكُمُ اْلآيَاتِ لَعَلَّكُمْ تَتَفَكَّرُوْنَ }
“ พวกเขาจะถามท่านเกี่ยวกับสุราและการพนัน เจ้าจงตอบเถิดว่าในทั้งสองนั้นมีโทษมากมายและมีประโยชน์
แก่มนุษย์บ้าง, แต่โทษของมันทั้งสองมีมากกว่าประโยชน์, และพวกเขาจะถามเจ้าว่าพวกเขาจะบริจาคสิ่งใด
เจ้าจงตอบว่าสิ่งที่เหลือจากการใช้จ่าย“ (อัลบะกอเราะห์: 219)
และคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
وَيَسْئَلُوْنَكَ عَنْ ذِى الْقَرْنَيْنِ قُلْ سَأَتْلُوْا عَلَيْكُمْ مِنْهُ ذِكْرًا }
“ พวกเขาจะถามท่านถึงเรื่องซุ้ลกอรนัยน์ เจ้าจงตอบว่าเราจะอ่านจากอัลกุรอานให้พวกท่านฟังถึงเรื่องของ
เขา“ (อัลกะห์ฟิ: 83)
และคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
{ يَسْئَلُكَ النَّاسُ عَنِ السَّاعَةِ قُلْ إِنَّمَا عِلْمُهَا عِنْدَ اللهِ }
“ ผู้คนจะถามเจ้าถึงเรื่องวันกิยามะห์ เจ้าจงตอบว่าความรู้ในเรื่องวันกิยามะห์นั้นมีอยู่ที่อัลเลาะห์เท่านั้น“
( อัลอะห์ซาบ: 63)
และคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
{ وَيَسْئَلُوْنَكَ عَنِ الرُّوْحِ قُلِ الرُّوْحُ مِنْ أَمْرِ رَبِّيْ وَمَا أُوْتِيْتُمْ مِنَ الْعِلْمِ إِلاَّ قَلِيْلاً }
“ และพวกเขาจะถามเจ้าถึงเรื่องวิญญาณ เจ้าจงตอบเถิดว่าวิญญาณเป็นเรื่องขององค์อภิบาลของฉัน และพวก
ท่านไม่ได้รับความรู้ในเรื่องของวิญญาณเว้นไว้แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น“ (อัลอิสรออ์: 85)
และคำถามที่มีมายังท่านนบี(ซ.ล)นั้นยังมีอีกมากในช่วงเวลาต่างๆ, และอัลกุรอานได้ตอบคำถาม
เหล่านั้นทั้งหมด ด้วยคำตอบที่ยืนยันว่าอัลกุรอานนั้นมาจากพระองค์อัลเลาะห์ตาอาลา.
4- คำตัดสินในคดีและเหตุการณ์ต่างๆที่ประชาชนเกิดขัดแย้งกัน:
เป็นที่ทราบกันดีว่าวันคืนต่างๆนั้นเต็มไปด้วยเหตุการณ์มากมาย, และคดีความต่างๆที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องที่
มืดมน, อัลกุรอานถูกประทานลงมาเพื่ออธิบายถึงข้อตัดสินที่เป็นธรรม, ตัวอย่างในเรื่องนี้ได้แก่เรื่องการ
กล่าวหาพระนางอาอิชะห์(ร.ด) ว่ามีชู้(ฮะดีษอัลอิฟกิ) ที่พวกตีสองหน้าที่มีศรัทธาอ่อนเเอได้กุเรื่องขึ้น.
อัลกุรอานจึงได้ประทานลงมามากกว่าสิบอายะห์ยืนยันว่าอาอิชะห์(ร.ด) บริสุทธิ์ โดยเริ่มจากอายะห์ที่ว่า:
{ إِنَّ الَّذِيْنَ جَاءُوْا بِالإِفْكِ عُصْبَةٌ مِنْكُمْ لاَ تَحْسَبُوْهُ شَرًّا لَكُمْ بَلْ هُوَ خَيْرٌ لَكُمْ }
“ แท้จริงพวกที่นำข่าวเท็จมานั้น เป็นกลุ่มหนึ่งจากพวกท่าน พวกท่านอย่าคิดว่ามันเป็นสิ่งชั่วร้ายสำหรับพวก
ท่าน แต่มันเป็นการดีสำหรับพวกท่าน“
ถึงคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
{ أُولئِكَ مُبَرَّءُوْنَ مِمَّا يَقُوْلُوْنَ لَهُمْ مَغْفِرَةٌ وَرِزْقٌ كَرِيْمٌ }
“ เขาเหล่านั้นเป็นพวกที่บริสุทธิ์ จากสิ่งที่พวกมุนาฟิกีนกล่าวหา พวกเขาได้รับการอภัยโทษและปัจจัยยัง
ชีพอันประเสริฐ“ ( อันนูร: 11-26)
และมีตัวอย่างในเรื่องนี้อีก ได้แก่เรื่องของผู้ชายที่ขโมยเสื้อเกราะแล้วนำไปฝากไว้กับอีกคนหนึ่ง,
ต่อมาเมื่อสิ่งที่ถูกขโมยไปถูกจับได้ ขโมยตัวจริงได้ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น, อัลเลาะห์ตาอาลาจึง
ได้ประทานลงมาว่า:
{ إِنَّا أَنْزَلْنَا إِلَيْكَ الْكِتَابَ بِالْحَقِّ لِتَحْكُمَ بَيْنَ النَّاسِ بِمَا أَرَاكَ اللهُ وَلاَ تَكُنْ لِلْخَائِنِيْنَ خَصِيْمًا }
“แท้จริงเราได้ประทานคัมภีร์ลงมายังเจ้าเป็นสัจธรรม เพื่อให้เจ้าตัดสินระหว่างผู้คนตามที่อัลเลาะห์ได้
ให้เจ้าเห็นและเจ้าอย่าเป็นผู้โต้เถียงให้แก่พวกที่ทุจริต“
จนถึงคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
{ وَكَانَ فَضْلُ اللهِ عَلَيْكَ عَظِيْمًا }
“ และความโปรดปรานของอัลเลาะห์ที่มีแก่เจ้านั้นยิ่งใหญ่“ (อันนิซาอ์: 105- 113)
5- บอกให้พวกที่มีศรัทธาทราบถึงสิ่งที่ศัตรูวางแผนใช้กลอุบายและทำร้าย.
เช่นคำดำรัสของอัลเลาะห์ตาอาลาที่ว่า:
{ مِنَ الَّذِيْنَ هَادُوْا يَحَرِّفُوْنَ الْكَلِمَ عَنْ مَوَاضِعِهِ وَيَقُوْلُوْنَ سَمِعْنَا وَعَصَيْنَا وَاسْمَعْ غَيْرَ مُسْمَعٍ ..}
“ พวกที่เป็นยะฮูดจะบิดเบือนคำพูดให้หันเหออกไปจากที่ของมัน และพวกเขาจะกล่าวว่าพวกเราได้ยินแล้ว
และพวกเราก็ได้ฝ่าฝืนแล้วและจงฟังโดยที่ไม่อยู่ในวิสัยจะได้ยิน“ (อันนิซาอ์: 46)
และคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า:
{ أَلَمْ تَرَ إِلَى الَّذِيْنَ يَزْعُمُوْنَ أَنَّهُمْ آمَنُوْا بِمَا أُنْزِلَ إِلَيْكَ وَمَا أُنْزِلَ مِنْ قَبْلِكَ يُرِيْدُوْنَ أَنْ يَتَحَاكَمُوْا إِلَى الطَّاغُوْتِ وَقَدْ أُمِرُوْا أَنْ يَكْفُرُوْا بِهِ ..}
“ เจ้าไม่ได้มองดูพวกที่อ้างว่าพวกเขาศรัทธาต่อสิ่งที่ถูกประทานลงมายังเจ้าและที่ถูกประทานลงมาก่อนหน้า
เจ้า พวกเขาต้องการจะพากันไปให้ตอฆูตตัดสินทั้งที่พวกเขาถูกใช้ให้ทรยศต่อมัน“ (อันนิซาอ์: 60)
6- ทำให้พวกผู้มีศรัทธาหันมาพิจารณาข้อผิดพลาดของพวกเขาเพื่อไม่กลับไปทำซ้ำอีก.
ตัวอย่างในเรื่องนี้ได้แก่เรื่องราวที่อัลกุรอานได้เล่าไว้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกผู้มีศรัทธาในสมรภูมิ
อุฮุด, โดยที่มีบางคนฝ่าฝืนคำสั่งของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) จนเป็นเหตให้พวกเขาประสบกับความพ่าย
แพ้.
อัลเลาะห์ตาอาลาตรัสว่า:
{ أَوَلَمَّا أَصَابَتْكُمْ مُصِيْبَةٌ قَدْ أَصَبْتُمْ مِثْلَيْهَا قُلْتُمْ أَنَّى هذَا قُلْ هُوَ مِنْ عِنْدِ أَنْفُسِكُمْ إِنَّ اللهَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيْرٌ }
“ และเมื่อมีภัยอันตรายหนึ่งประสบกับพวกท่าน ทั้งที่พวกท่านได้ให้ประสบกับพวกเขาถึงสองเท่าของมัน
พวกท่านก็กล่าวว่าสิ่งนี้มาจากไหนกระนั้นหรือ, จงกล่าวเถิดว่ามันมาจากตัวของพวกท่านเอง“ (อาลิอิมรอน
: 165)
และสิ่งที่อัลกุรอานได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจากผู้มีศรัทธาคนหนึ่งที่เขาเปิดเผยให้พวกผู้ตั้งภาคีทราบความ
ประสงค์ของท่านรอซูลุ้ลเลาะห์(ซ.ล) ที่จะเข้าพิชิตมักกะห์, คำดำรัสต่อไปนี้ของอัลเลาะห์ตาอาลาจึงได้ลง
มาว่า:
{ يَاأَيُّهَا الَّذِيْنَ آمَنُوْا لاَ تَتَّخِذُوْا عَدُوِّيْ وَعَدُوِّكُمْ أَوْلِيَاءَ تُلْقُوْنَ إِلَيْهِمْ بِالْمَوَدَّةِ }
“ โอ้บรรดาผู้มีศรัทธาทั้งหลายพวกท่านอย่าได้คบหาศัตรูของเราและศัตรูของพวกท่านเป็นมิตรโดยให้
ความรักแก่พวกเขา“ (อัลมุมตะฮินะห์: 1)
7- ชี้นำสู่แหล่งที่มาของอัลกุรอานว่าเป็นคำพูดของอัลเลาะห์เพียงผู้เดียว.
และอธิบายว่าอัลกุรอานเมื่อท่านอ่านตั้งแต่อายะห์แรกที่ลงมาจนถึงอายะห์สุดท้าย ท่านจะพบว่าอัลกุรอาน
ทั้งหมดนั้นมีความสอดประสานกันอย่างมั่นคง มีความกลมกลืนอย่างประณีต มีสำนวนที่หนักแน่น มีการ
ผสมผสานที่ลึกซึ้ง และมีถ้อยคำที่ฉะฉาน. ในขณะที่เราพบว่าสำนวนของมนุษย์ที่ปรากฏในข้อเขียนต่างๆ
ของพวกเขานั้นบางครั้งมีความแตกต่างกันในเรื่องความเข้มข้นและอ่อนแอ, และนี่ก็คือหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้
ว่าอัลกุรอานมาจากอัลเลาะห์.
{ وَلَوْ كَانَ مِنْ عِنْدِ غَيْرِ اللهِ لَوَجَدُوْا فِيْهِ اخْتِلاَفًا كَثِيْرًا }
“ และถ้าหากอัลกุรอานนั้นมาจากผู้อื่นนอกจากอัลเลาะห์แล้วพวกเขาจะพบความขัดแย้งอยู่ในอัลกุรอาน
มากมาย“ (อันนิซาอ์: 82)
8- ทำให้จดจำอัลกุรอานได้ง่าย:
เป็นที่ชัดเจนว่าถ้าหากอัลกุรอานถูกประทานลงมาคราวเดียวทั้งหมด, ก็จะเกิดความยากลำบากกับมวลมุสลิมที่
จะจดจำและทำความเข้าใจกับอัลกุรอาน… จึงถือว่าเป็นฮิกมะห์(ความหยั่งรู้) ของอัลเลาะห์ที่พระองค์ได้
ทยอยประทานอัลกุรอานลงมาเพื่อให้เกิดความสดวกแก่พวกเขาที่จะจดจำ และเป็นการเตรียมความพร้อม
ให้แก่พวกเขาที่จดจำและทำความเข้าใจ.
{ وَقُرْآنًا فَرَقْنَاهُ لِتَقْرَأَهُ عَلَى النَّاسِ عَلَى مُكْثٍ وَنَزَّلْنَاهُ تَنْزِيْلاً }
“ และอัลกุรอานนั้นเราได้แยกมันอย่างชัดเจนเพื่อเจ้าจะได้อ่านมันให้มนุษย์ฟังอย่างช้าๆ และเราได้ทยอย
ประทานอัลกุรอานลงมา“ ( อัลอิสรออ์: 106)

banner


๑๕-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1530 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๕-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1406 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1534 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1645 ถามตอบจุฬา Super User
คำถามที่ 37 อิดดะห์มีกี่อย่าง จะหมดอิดดะห์อย่างไร ?
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1456 ถามตอบจุฬา Super User
คำถามที่ 36 การตะฮั้ลลุ้ลเอาวั้ล ในพิธีฮัจญ์ทำอย่างไร เข้าเวลาเมื่อไหร่ พร้อมกันไหม ?
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1433 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1437 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1401 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๑๔-๐๖-๒๕๕๔ Hits:1506 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2374 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2277 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2454 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2802 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2404 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2427 ถามตอบจุฬา Super User
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2474 ถามตอบจุฬา Super User
คนใบ้ จะเป็นวะลี แต่งงานลูกสาวของตน จะทำอย่างไร ?
Read more๒๕-๐๔-๒๕๕๔ Hits:2448 ถามตอบจุฬา Super User
Read morebanner

บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)
...











บาท(ไทย) - ปอนด์(อียิปต์)
ปอนด์(อียิปต์) - บาท(ไทย)







